สาวโดดตึกหนีตาย โดนแฟนทารุณอาการสาหัส

 นางสาวเอ นามสมมุติอายุ 27 ปีได้อยู่กินกับสามี ชื่อนายบี นามสมมุติอายุ 33 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้รู้จักกับสามี เพียงแค่ 9 วัน

และถูกขอแต่งงาน เธอก็ตัดสินใจที่ตกลงแต่งงานอยู่กินกันแบบครอบครัว  มาเป็นเวลาปีกว่า หลังจากนั้น ทางสามีก็ได้เปิดเผยพฤติกรรม อันเลวร้าย ชอบเสพยาเสพติด และคุ้มคลั่งควบคุมสติอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หรือทุกครั้งที่มีอาการอยากยาเสพติดก็จะทำลายข้าวของแม้กระทั่งทำร้ายนางสาวเอง

ด้วยพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอก็ถูกทำร้ายอยู่บ่อยครั้งโดนแม้กระทั่ง กระแสไฟจาก  ที่ช็อตปลา  ทุกครั้งเริ่มอยู่กันอย่างไม่มีความสุข

เพราะธาตุของยาเสพติด หลังจากที่เริ่มมีการทะเลาะ กันมา เรื่อยๆ ทางนางสาวเอ ก็ได้ ขอเลิกกับทางสามี แต่ทางสามีไม่ยอมที่จะเลิก และยังพูดว่าหากเลิกหรือหนีไปจะ ฆ่าทิ้งเป็นคำขู่ที่เธอเองนั้นก็กลัว นึกถึงคำที่แม่เตือนตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจแต่งงาน จนตอนนี้ คิดได้แล้ว

ซึ่งล่าสุด เธอเอง ได้พักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งย่านสมุทรปราการ ได้พักอาศัยอยู่กับสามี อยู่อาศัยอยู่ชั้น 4 ของที่พัก แถว ต.บางปลา อ.บางพลี

ซึ่งเธอเล่าว่า เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2566 ช่วงเวลาประมาณเกือบ 6 โมงเย็น เธอได้ทะเลาะกับสามีครั้งใหญ่จึงเป็นเหตุให้เธอรอดออกมาครั้งนี้ได้ ซึ่งก่อน หน้านี้เธอถูกสามีขังให้อยู่ในห้องพักเพียงลำพังและตัวสามีเองได้ออกไปข้างนอก

แต่ครั้งนี้ สามีได้เสพยาเสพติดเกิดอาการคลุ้มคลั่งควบคุมตัวเองไม่ได้ ได้นำขวดเบียร์ ยัดเข้าไปที่อวัยวะเพศของตนเอง และยังตกกระแทกจนเธอนั้นเจ็บช้ำ จุกไปทั้งร่างกาย แถมมิหนำซ้ำยังนำขวดเบียร์ที่ยัดเข้าไปในอวัยวะเพศของเธอนั้น ดึงออกมา ตีเข้าที่หัวของเธออีก

จนหัวของเธอนั้นแตกมีเลือดไหลลงบนใบหน้าแต่ตัวสามีกลับไม่สงสารหรือใยดีกับเธอเลย ยังจะไปต้มน้ำให้เดือดในห้องครัว และพูดว่า จะนำมาราดบนตัวของนางสาวเอ้ซึ่งนางสาวเอ คิดว่า ผู้เป็นสามีไม่น่าจะทำตนเองได้ลงคอ

แต่ไม่เลย ทางตัวสามี ได้นำน้ำร้อนที่เดือดพลุกพล่านมาเทราดบนตัวเธอ จากนั้น ตัวสามีเองก็ได้เดินออกจากห้องไป โดยที่ล็อคประตูจากข้างนอก ทำให้เธอนั้น หนีออกไม่ได้ เธอจึงขึ้นใจขึ้นมา โดดหนีลงป่าข้างหอพักเพื่อไปขอความช่วยเหลือ จากคนใกล้เคียง

โดยที่แรกเธอได้เป็นถ้ำรั้วไปที่แคมป์คนงานให้ช่วยเหลือแต่กลับถูกปฏิเสธเธอจึงไม่ย่อท้อ จึงได้ว่ายน้ำข้ามคลองไปที่ร้านตรวจสุขภาพรถเพื่อขอความช่วยเหลือ พอไปถึงทางที่ร้านก็พร้อมที่จะช่วยเหลือติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือเธอ เบื้องต้นจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาถึงก็พบว่าลำตัวเธอนั้น

แดงกรรมและ ถูก พ่อด้วยสำลีชุบน้ำเพราะร่างกายเธอโดนน้ำร้อนราดไปทั้งเดือนร่างเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึง ประถมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเพื่อนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลให้ตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนผู้ต้องหา คือสามี ของเธอนั้นเธอบอกว่าจะไม่กลับไปคืนดี

และจะกลับไปอยู่กับแม่ที่จังหวัดอุบลราชธานี จะดำเนินเรื่องให้ถึงที่สุดเธอก็วอนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมสามีมาดำเนินการ ให้ถึงที่สุด ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาทำให้เสียโฉม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรับเรื่องไว้และจะทำการสืบค้นหาผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้ง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet

อย่าเชื่อ ป้ายลดราคา  จนกว่าจะได้เห็นด้วยตาตนเอง 

              เชื่อว่าหลายคนที่เคยมีโอกาสไปเดินห้างสรรพสินค้าหรือไปเดินตามศูนย์การค้าต่างๆมากจะพบเห็นเป็นประจำเกี่ยวกับเรื่องของป้ายลดราคาสินค้าว่ามีการเซลล์สินค้าหรือมีโปรโมชั่นอื่นๆเยอะแยะมากมายเป็นการลดสินค้าแบบนาทีทอง

ซึ่งถ้าหากว่าใครที่ชอบซื้อของเซลล์จะต้องอดใจไว้ไม่อยู่และอยากจะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างแน่นอน

ถึงแม้ว่าสินค้าดังกล่าวนั้นอาจจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อมาเก็บไว้มากนักแต่เมื่อมองเห็นว่าสินค้ากำลังลดราคาอยู่ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะต้องการซื้อเอาไว้เพราะมองว่าคุ้มเผื่อในอนาคตอาจจะมีเหตุจำเป็นได้ใช้

         อย่างไรก็ตามแต่เรื่องราวต่อไปนี้อาจจะเป็นการนำไปสู่การตัดสินใจครั้งใหม่สำหรับคนที่ชื่นชอบการซื้อสินค้าลดราคาก็เป็นไปได้

เพราะการซื้อสินค้าลดราคานั้นจำเป็นที่จะต้องดูให้ดีอย่าหลงเชื่อป้ายสีเหลืองที่มีการติดประกาศเอาไว้ว่ามีการลดล้างสต๊อกเพราะอันที่จริงแล้วสินค้าดังกล่าวอาจจะไม่ได้ลดจริงอย่างที่เราเห็นกันอยู่ก็เป็นไปได้

       เมื่อวันที่ 15 เดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2565 ผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้มีการแชร์ภาพที่ตนเองไปเดินห้างสรรพสินค้าแล้วไปเจอสินค้าชนิดหนึ่งลดราคาด้วยสินค้าดังกล่าวนั้นคือกระทะเกาหลีโดยมีการติดป้ายประกาศลดราคาแบบล้างสต๊อกเหลือเพียงแค่ใบละ 494 บาทเพียงเท่านั้น 

         อย่างไรก็ตามเจ้าของโพสต์ได้มีการเข้าไปตรวจราคาสินค้าโดยมีการดึงป้ายสีเหลืองออกแล้วดูราคาจริงก่อนที่จะมีการนำมาวางขายแบบลดล้างสต๊อก

พบว่าราคาเดิมก่อนที่จะนำมาติดป้ายลดราคานั้นขายเพียงใบละ 345 บาทเท่านั้น ดังนั้นเจ้าของโพสต์จึงได้มีการถ่ายภาพดังกล่าวแล้วนำมาแชร์ในโลกออนไลน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการนำไปแชร์ในเพจผู้บริโภคเพื่อให้ระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องการซื้อสินค้าลดล้างสต๊อกให้ดี 

          อย่างไรก็ตามหลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลหลายคนก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นซึ่งส่วนใหญ่มองว่าการติดป้ายลดราคาที่สูงกว่าราคาเดิมที่มีการติดป้ายประกาศขายเอาไว้นั้นมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ

เพราะฉะนั้นผู้บริโภคควรจะต้องมีการตรวจสอบและระมัดระวังเกี่ยวกับสินค้าให้ดีไม่ควรจะรีบซื้อเพราะเพียงแค่เห็นป้ายคำว่า sale หรือคำว่าลดราคาเท่านั้น

          นอกจากนี้หลายคนยังมองว่าพนักงานอาจจะมีการติดป้ายราคาผิดก็ได้เช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ตามหลายคนมองว่าถ้าหากว่าสินค้าที่ถูกนำมาขายผู้บริโภคพอใจที่จะซื้อก็ไม่ควรที่จะสนใจว่าสินค้านั้นจะขายในราคาเท่าไหร่เพราะหากว่าถูกใจและมีความจำเป็นที่ต้องใช้งานก็สามารถซื้อมาใช้งานได้เช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย   ufabet

ลูกค้าแพ้กุ้งเกือบตาย โรงแรมกลับปัดความรับผิดชอบ

ลูกค้าแพ้กุ้งเกือบตาย เป็นเรื่องราวของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ไปกินอาหารที่โรงแรมหรูแถวทองหล่อแล้วเกิดแพ้อาหารที่รับประทานเข้าไป

โดยมีการเปิดเผยเรื่องราวนี้ผ่านทางโซเชียลเนื่องจากว่าไม่พอใจกับการกระทำของทางโรงแรมที่ไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบจึงได้มีการโพสต์เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชาวโซเชียลได้ทราบซึ่งมีการโพสต์เอาไว้ในวันที่ 14 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2565 

         สำหรับเรื่องราวดังกล่าวนั้นเกิดขึ้น เมื่อสามีภรรยาคู่หนึ่งพากันไปรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวทองหล่อโดยฝ่ายหญิงนั้นเป็นคนแพ้กุ้ง ซึ่งอาหารทุกชนิดที่มีส่วนผสมของกุ้งจะไม่สามารถกินได้เลยอย่างไรก็ตามก่อนที่จะมีการกินอาหารบุฟเฟ่ต์ของทางโรงแรมก็ได้มีการอ่านชื่ออาหารซึ่งมีเมนูสลัดผลไม้อยู่อย่างหนึ่งที่ไม่มีการติดป้ายบอกตัวชื่อของเมนู

โดยทางหญิงสาวได้มีการตักมากินก่อนที่จะมีการกินก็ได้มีการสอบถามกับพนักงานที่ให้บริการอยู่ในห้องอาหารและว่ามีส่วนผสมของกุ้งหรือไม่ซึ่งทางพนักงานเองก็ยืนยันว่าไม่มีกุ้งมีเพียงค่าผลไม้เท่านั้น

          อย่างไรก็ตามเมื่อหญิงสาวจึงเข้าไปมีความรู้สึกแปลกๆจึงได้ตัดสินใจสอบถามพนักงานอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนผสมว่ามีกุ้งหรือไม่ซึ่งทางพนักงานคนเดิมก็ยังยืนยันว่าในอาหารที่ลูกค้าตักไปกินนั้นไม่มีกุ้งอย่างแน่นอนดังนั้นหญิงสาวจึงได้กินเข้าไปอีก 1 คำเป็นคำที่ 2 ปรากฏว่ากัดไปเจอเนื้อกุ้งทำให้หญิงสาวที่แพ้กุ้งนั้นต้องรีบกินน้ำตามเข้าไปเป็นจำนวนมาก

และได้ไปบอกกับพนักงานว่าในอาหารนั้นมีกุ้งเป็นส่วนผสมอยู่ซึ่งพนักงานคนดังกล่าวก็ได้เข้าไปในห้องครัวและไปสอบถามเชฟที่ทำอาหารจนได้ความว่าอาหารจานนั้นมีกุ้งจริงๆ 

         อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าหญิงสาวเป็นคนที่ค่อนข้างแพ้กุ้งรุนแรงมากเมื่อกินกุ้งเข้าไปเพียงแค่ 2 คำเท่านั้นก็ทำให้มีอาการรุนแรงเกิดขึ้นลูกค้าหายใจไม่ออกรวมถึงมีอาการตัวบวมปากบวมหายใจติดขัดและสุดท้ายก็ไม่ได้สติทั้งสามีของฝ่ายหญิงจึงได้มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของทางโรงแรมประสานงานเรียบร้อยของทางโรงพยาบาลมารับตัวภรรยาของตนเองไปรักษาอาการ

อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทำให้สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่พอใจจนต้องออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวผ่านทาง Social นั้นก็เพราะว่าทางโรงแรมไม่เคยมีการติดตามปัญหาหลังจากที่ลูกค้าเข้าไปรักษาอาการแพ้กุ้งที่กินของทางโรงแรมเลยและไม่มีการรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายในการรักษาใดๆทั้งสิ้นนอกจากนี้ยังมีการพูดในลักษณะเหมือนกับว่าเป็นความผิดของทางลูกค้าที่กินกุ้งเข้าไปเองไม่มีใครบังคับให้กิน

       เบื้องต้นค่ารักษาพยาบาลนั้นสามีภรรยาที่แพ้กุ้งได้มีการออกค่าใช้จ่ายเองเนื่องจากว่ามีการทำประกันสุขภาพเอาไว้

 

สนับสนุนข้อมูลโดย  ufabet

หนุ่มใจบุญ ซึ่งใจ คนที่ตนเคยช่วยเหลือ มารดน้ำสงกรานต์

 ปลื้มปริ่ม ในโลกโซเชียลออนไลน์นั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้ช่วยเหลือ แม่ลูกคู่หนึ่งที่ออกหาเก็บขวดน้ำหรือของเก่าเพื่อไปขายประทังชีวิต

โดยชายหนุ่มคนนี้ ได้โพสต์เรื่องราว ว่าเห็นสองแม่ลูกเดินทางออกหาเก็บของเก่าหรือขวดน้ำ แบบนี้ทุกวันซึ่งลูกก็ยังเล็กอยู่โดยผู้เป็นแม่นั้นอุ้มลูกอยู่ตลอดเวลาเพื่อหาของเก่าไปขาย ข้างต้นนั้นมีวันหนึ่งก็ได้เฝ้ามองดูสองแม่ลูกเดินผ่านหน้าร้าน

โดยชายคนนี้ เปิดร้านขายแบตเตอรี่ จะมีการเก็บกล่องแบตเตอรี่และขวดน้ำไว้ โดยเรียกให้ 2 แม่ลูกเข้ามาเก็บไปขาย โดยยกถุงดำที่เก็บใส่ขวดน้ำไว้ให้ ไปขาย เพื่อประทังชีวิตของแม่ลูก โดยการช่วยเหลือในครั้งนั้น ไม่ได้คิดว่าอยากได้การตอบแทนจากครอบครัวนี้ จนล่าสุด

เป็นคลิป ที่ไวรัล ผู้คน ต่างเข้ามาคอมเม้นต์และแชร์เรื่องราวที่ชายหนุ่มคนนี้ได้โพสต์ลงโซเชียลก็ต่างพากันใจบุญส่งเสื้อผ้าสิ่งของขนมให้กับเด็กน้อย และเสื้อผ้าให้กับแม่เด็ก แต่ แต่ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า 2 แม่ลูก ก็ยังมีพ่ออีกคนนึ่งที่แยกกันออกไปเก็บหาของเก่า

หนุ่มใจบุญ ซึ่งใจ เพื่อที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่มี ผู้ใจบุญคอยส่งของมาให้ที่ร้านของชายหนุ่มใจดีคนนี้เขาก็คอยเรียกให้ครอบครัวคนนี้มาแกะของและก็นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้รับทั้งเสื้อผ้าของเล่นนมให้กับเด็กน้อยซึ่งดูแล้วน้องน่าจะอายุประมาณ 2-3 ขวบเพราะยังเล็กอยู่ เท่านั้นยังไม่พอครอบครัวนี้เป็นชาวต่างชาติเมียนมาร์

โดยลูกสาว ที่นำออกมาเก็บของเก่าด้วยนั้น ไม่ได้เข้าเรียนเพราะไม่มีใบเกิดที่ถูกต้องตามกฎหมายจึงไม่สามารถที่จะเข้าเรียนโรงเรียนได้ จนเป็นคลิปนี้โด่งดังทำให้ผู้ใหญ่ใจบุญที่อยู่ตามสำนักงานเขต โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานที่อยู่ดังพื้นที่ของครอบครัวนี้ก็ผ่านไปแจ้งเกิดถูกต้องตามกฎหมายและได้ดำเนินเรื่องจนส่งน้องเข้าโรงเรียนตามปกติ

ได้ทางชายหนุ่มคนนี้ก็รู้สึกดีใจและปลื้มปริ่มที่ ได้คอยช่วยเหลือทำให้ครอบครัวครอบครัวหนึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ได้ตั้งใจจะเกาะกระแสเพื่อความดังแต่อย่างใดทำเพื่อความเต็มใจ ให้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้ว สงกรานต์ที่ผ่านมา ครอบครัวนี้ ก็ได้มาหาชายหนุ่มคนนี้ที่ร้านขายแบตเตอรี่

โดย นำของมามอบให้เป็นสินน้ำใจขอบคุณที่คอยช่วยเหลือให้ครอบครัวได้ลืมตาอ้าปากได้ และจากนั้นยังไม่พอยังมีการรดน้ำดำหัวในครั้งนี้อีกด้วย  ufabet   รู้สึกเห็นภาพนี้แล้วน้ำตาคลอ ไม่คิดไม่ฝันว่าครอบครัวนี้ จะทำแบบนี้กับตน

ซึ่งไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรกต้องการช่วยเหลืออย่างเต็มใจแต่ ทางครอบครัวนี้ ก็รู้สึกดีใจมาก ก็อยากจะฝากฝังให้ทุกคน ให้คอยช่วยเหลือคนที่ เขาทุกข์ยากลำบาก โดยเต็มใจโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนซึ่งการทำ บุญกับคุณเป็นผลดีกับทุกคน อยากจะยกตัวอย่างครอบครัวนี้ให้เป็นแบบอย่างให้กับคุณที่คอยได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีพระคุณสามารถนำไปเป็นตัวอย่างได้

โดย ครอบครัวนี้ก็ไม่ขอการรับบริจาคแต่อย่างใดยิ่งเป็นการที่ ทำให้ชายหนุ่มคนนี้รู้สึกว่าครอบครัวนี้เขาไม่ได้ต้องการเงินแค่ต้องการให้ลูกได้อยู่กินสบายครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแค่นี้ก็สุขใจในการอยู่เป็นครอบครัว และภูมิใจในตัวเองที่รู้สึกว่า การให้ในครั้งนี้เป็นผลดีในวันข้างหน้า

แนะนำขั้นตอนการสมัครสินเชื่อของธนาคารกรุงศรีและธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่านทางออนไลน์ 

        แนะนำขั้นตอนการสมัครสินเชื่อ  ปัจจุบันวิธีการขอสินเชื่อเงินสดกับทางธนาคารนั้นมีมากมายหลายรูปแบบทั้งการที่นำเอกสารเดินไปที่เคาน์เตอร์ของทางธนาคารเพื่อยื่นเอกสารหรือแม้แต่ปัจจุบันนี้

ก็สามารถทำผ่านทางระบบออนไลน์เช่นเว็บไซต์ของธนาคารหรือแม้แต่ร้านเคชั่นของธนาคารได้แล้วด้วยในบทความนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของวิธีการการขอสินเชื่อของธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารไทยพาณิชย์ซึ่งเป็นวิธีการทำผ่านทาง App ของธนาคารและเว็บไซต์ของธนาคารนั้นเอง 

          สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้นคนที่สนใจจะกู้เงินกับธนาคารกรุงศรีสามารถทำเรื่องง่ายๆและรู้ผลไวภายในเพียงแค่ 1 วันเท่านั้นโดยการทำผ่านทางแอปของธนาคารกรุงศรี KMA  โดยสินเชื่อที่ทำผ่านเคเอ็มเอนั้นคือการขอสินเชื่อ Krungsri iFIN ซึ่งสินเชื่อนี้สามารถทำผ่านทางมือถือได้ง่ายๆและที่สำคัญธนาคารกรุงศรีนั้นมีการตรวจสอบเงื่อนไขหากตรงก็จะได้รับอนุมัติไวและให้วงเงินสูงอีกด้วย 

          สำหรับ เงื่อนไขของธนาคารกรุงศรีในการขอสินเชื่อก็คือคนที่จะสมัครขอสินเชื่อได้จะต้องมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาทและต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปแต่ต้องไม่เกิน 59 ปี และถ้าหากว่าอนุมัติผ่านแล้วก็สามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดที่ 60 เดือน  

  อย่างไรก็ตามยอดเงินที่จะสามารถใช้งานได้หลังจากที่ได้รับการอนุมัติแล้วธนาคารจะให้เงินอนุมัติไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือนหรือสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาทเท่านั้นและดอกเบี้ยที่ทางธนาคารจะคิดนั้นจะอยู่ที่อัตราต่ำสุดคือ 16.99 เปอร์เซ็นต์หรือถ้าสูงสุดก็คือ 25 เปอร์เซ็นต์ต่อปี 

        หลังจากที่ดาวน์โหลดแอปของธนาคารกรุงศรีมาแล้ว ก็ให้กดเลือกเข้าไปที่หัวข้อการขอสินเชื่อKrungsri iFIN ซึ่งจะเห็นได้ว่าจะมีข้อมูลให้ทำการยืนยันตัวตน

กรุงศรี I Confirm หรือ ndid  หลังจากที่ทำการยืนยันตัวตนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้ทำการอัพโหลดเอกสารที่ทางธนาคารต้องการที่จะใช้ประกอบในการสมัครการขอสินเชื่อเมื่อตรวจเสร็จเรียบร้อยยืนยันข้อมูลก็เป็นการเสร็จสิ้นการยื่นเอกสารหลังจากนั้นรอผลการอนุมัติ

          สำหรับการขอสินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์นั้นทำง่ายๆผ่านทาง App scb easy หรือเว็บไซต์ของธนาคารก็ได้ ซึ่งสินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์จะใช้ชื่อว่าสินเชื่อ Speedy Loan โดยสามารถรับเป็นเงินสดเข้าบัญชีของผู้ที่ขอสินเชื่อได้เลย  ถ้าหากว่าได้รับอนุมัติวงเงินที่ได้นั้นก็จะสูงสุดอยู่ที่ 5 เท่าของเงินเดือนของผู้กู้ซึ่งเงื่อนไขของธนาคารไทยพาณิชย์นั้น

ผู้กู้จะต้องมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาทโดยจะต้องมีอายุขั้นต่ำ 20 ปีและไม่เกิน 60 ปี ซึ่งถ้าหากว่าเข้าไปที่ App scb easy ก็จะมีเมนูให้เลือกเป็นการยืนยันตัวตนและการอัพโหลดเอกสารการยื่นกูหลังจากนั้นก็รอข้อความยืนยันการอนุมัติจากทางธนาคารได้เลย 

 

สนับสนุนโดย    ufabet

TCAS ยืนยัน ข้าราชการสอบ GAT/PATได้หากต้องการนำไปสมัครเรียนระดับอุดมศึกษา 

     TCAS ยืนยัน ข้าราชการสอบ GAT/PAT   จากกรณีเมื่อวันที่ 12 เดือนมีนาคม ปีพ.ศ. 2565 ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งที่เข้าไปทำการตอบ GAT/PAT  แล้วถึงเจ้าหน้าที่คุมสอบบังคับให้ยุติการสอบ

โดยอ้างว่าทำผิดกฎไม่สามารถเข้าสอบได้โดยมีระบุเงื่อนไขว่าข้าราชการไม่สามารถที่จะสอบGAT/PAT ได้เนื่องจากว่าการสอบGAT/PAT เปิดสำหรับเด็กนักเรียนที่จบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพียงเท่านั้น 

       อย่างไรก็ตามหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นได้มีการแสดงหลักฐานยืนยันว่าเธอจะนำเอกสารผลการสอบGAT/PAT ไปเพื่อยื่นสมัครการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยเธอได้มีการแสดงเอกสารระเบียบการของทางมหาวิทยาลัยที่เธอต้องการจะเรียนต่อให้ทางเจ้าหน้าที่คุมสอบได้ดูแต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าเธอทำผิดกฎระเบียบไม่สามารถที่จะเข้าสอบได้ทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวถูกเชิญออกจากห้องสอบและเธอนั้นไม่สามารถที่จะเข้าสอบมหาวิทยาลัย

ที่เธอต้องการได้เนื่องจากว่าเธอไม่มีผลคะแนนGAT/PATไปยืนยันให้กับทางมหาวิทยาลัยนั่นเองทั้งนี้หญิงสาวคนดังกล่าวได้มีการทดลองเรื่องราวที่เกิดขึ้นลงในโซเชียลมีเดียจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก 

         อย่างไรก็ตามล่าสุดทางด้านผู้จัดการระบบสอบ  TCAS ได้ติดตามข่าวสารไปทาง Social Media ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้และได้มีการออกมาพูดถึงประเด็นเรื่องของคุณสมบัติผู้ที่จะเข้าสอบ  GAT/PAT เรื่องถึงกฎเกณฑ์ต่างๆว่าสำหรับข้าราชการสามารถที่จะเข้าสอบGAT/PAT แล้วไม่ถือว่ามีความผิดหรือทำผิดกฎระเบียบบังคับแต่อย่างใดเพียงแต่เงื่อนไขของการนำคะแนนข้อสอบGAT/PAT

ที่ได้นั้นจะต้องนำไปใช้ในการยื่นเอกสารในการเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาเท่านั้น

ซึ่งตามข้อมูลของหญิงสาวที่กำลังมีการใช้กันในโลกออนไลน์นั้นเธอทำถูกระเบียบข้อบังคับทุกอย่างเพราะเธอต้องการนำคะแนนGAT/PAT ไปยื่นเข้าเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยนั้นเอง

         อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ของ  TCAS ยังระบุอีกด้วยว่าการที่ทางเจ้าหน้าที่คุมสอบ  GAT/PATมีการเชิญตัวหญิงสาวคนดังกล่าวออกจากห้องสอบทันทีเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำถ้าหากมีเหตุการณ์สงสัยเกี่ยวกับเรื่องของกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆควรรอให้หญิงสาวคน

ดังกล่าวทำข้อสอบให้เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงค่อยเชิญตัวมาพูดคุยกันเพราะการทำแบบนี้จะส่งผลทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวไม่ได้รับความเป็นธรรมและเธอต้องเสียเวลา 1 ปีถึงจะสามารถติดต่อเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้

      นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของคุณสมบัติของคนที่เข้าสอบอีกด้วยว่าเจ้าหน้าที่ควรจะต้องมีการนำเอกสารไปติดไว้บริเวณหน้าห้องคุมสอบเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าสอบได้เพื่อที่นักเรียนที่มาสอบหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่บางคนอาจจะได้อ่านรายละเอียดของคุณสมบัติของผู้ที่ทดสอบเพื่อเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนปล่อยให้คนเข้าห้องสอบนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    ufabet

หนุ่มเศร้า ตามแฟนสาวหวังไปสู่ขอถึงบ้านแต่พบเรื่องที่ชวนช็อค สุดท้ายไม่ได้แต่งงานกัน

 

     หนุ่มเศร้า ตามแฟนสาวหวังไปสู่ขอ  เป็นเรื่องราวของชายชาวเวียดนามคนหนึ่งซึ่งถูกเปิดเผยมาจากเว็บไซต์ของ  อีทูเด โดยเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 12 เดือนกุมภาพันธ์ปีพ.ศ. 2565

ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อชาวเวียดนามคนหนึ่งที่ชื่อว่านายเอ  ได้พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง  ซึ่งทั้งคู่นั้นได้อาศัยอยู่ในนครโฮจิมินห์และคบหาดูใจกันรวมถึงอาศัยอยู่ด้วยกันมาปีกว่าโดยทั้งคู่มองว่าความรักเริ่มสุกงอมและพร้อมที่จะแต่งงานมีครอบครัวแล้ว   โดยทั้งคู่ได้วางแผนครอบครัวเอาไว้ด้วยกันซื้อบ้านที่จะใช้อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

         หลังจากนั้นทั้งคู่จึงได้ชักชวนกันไปที่บ้านของฝ่ายหญิงเพื่อที่จะไปพูดคุยกับครอบครัวของฝ่ายหญิงและสู่ขอฝ่ายหญิงแต่งงาน  อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเดินทางไปที่บ้านของฝ่ายหญิง ปรากฏว่านายเอต้องรู้สึกกับเรื่องราวที่ชวนชมเป็นอย่างมากเมื่อเขาได้เจอหน้าครอบครัวของแฟนสาวของเขาและได้เห็นรูปภาพของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในบ้านของแฟนสาวโดยหญิงสาวที่อยู่ในรูปภาพนั้นเป็นอดีตแฟนสาวของเขาเอง

        อย่างไรก็ตามรูปภาพที่วางอยู่ในกรอบในบ้านของแฟนสาวซึ่งเป็นรูปของอดีตแฟนสาวนั้นไม่ได้เป็นรูปภาพธรรมดาทั่วไปแต่เป็นรูปที่เอาไว้สำหรับวางไว้เคารพของคนที่ตายไปแล้วซึ่งนั่นหมายถึงว่าอดีตแฟนสาวของเขานั้นได้เสียชีวิตไปแล้วหลังจากนั้นเขาก็ได้มีการสอบถามถึงอดีตแฟนสาวจึงทำให้เขาได้รับรู้เรื่องราวที่เขานั้นทั้งช็อค และเศร้าไปในคราวเดียวกัน 

เหตุการณ์ย้อนไปถึงเมื่อตอนที่เขากับอดีตแฟนสาวคบหากันอยู่ดีๆอดีตแฟนสาวก็มาบอกเลิกเขา

ซึ่งในตอนนั้นเขาคิดว่าแฟนสาวของเขานั้นน่าจะมีผู้ชายคนใหม่จึงได้ทิ้งเขาไปหลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจหันหลังให้กับเธอและตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนระยะเวลาผ่านไป 4 ปีจึงได้พบรักกับแฟนสาวคนใหม่ซึ่งเป็นคนปัจจุบันและเป็นน้องสาวของอดีตแฟนของเขานั่นเอง

      อย่างไรก็ตามนายเอเพิ่งมารู้ว่าสาเหตุที่อดีตแฟนสาวบอกเลิกกับเขานั้น  เป็นเพราะว่าเธอนั้นรู้ตัวเองว่าจะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ไม่นานเนื่องจากว่าเธอเป็นโรคมะเร็งเพื่อไม่ให้เขาเสียใจอดีตแฟนสาวจึงได้ตัดสินใจขอเลิกและกลับมาอยู่บ้านเกิดและจากไปอย่างสงบซึ่งหลังจากที่เขาได้รู้เรื่องนี้และครอบครัวของแฟนคนปัจจุบันรู้เรื่องนี้ด้วยทำให้ทั้งพ่อและแม่ของฝ่ายหญิงไม่ยินยอมให้ลูกสาวของเขาแต่งงานกับนายเอ

        โดยพ่อแม่ของฝ่ายหญิงมองว่าถ้าหากว่านาย เอ แต่งงานกับลูกสาวของพวกเขาแล้วนายเอสามารถลืมลูกสาวคนโตของพวกเขาได้จริงหรือไม่ซึ่งถ้าหากตัดสินใจแต่งงานไปอาจจะมีปัญหาครอบครัวตามมาภายหลังและอาจจะนำมาซึ่งการหย่าร้างได้ดังนั้นครอบครัวของแฟนสาวนายเอจึงได้คัดค้านการแต่งงานในครั้งนี้สุดท้ายในเอจึงได้ตัดสินใจยกเลิกที่จะแต่งงานกับแฟนสาวและตกลงที่จะเหลือเพียงแค่ความเป็นเพื่อนให้แก่กันเท่านั้น 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

พ่อแค้น ลูกสาวถูกขืนใจ-อัดคลิปแบล็คเมล์ ล่าคนร้ายมาขังจนตาย ทำติดคุกนาน 12 ปี

    ลูกสาวถูกขืนใจ-อัดคลิปแบล็คเมล์ เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจของคนในสังคมไต้หวันเมื่อมีการเปิดเผยเรื่องราวนี้ผ่านทางเว็บไซต์ ettoday เมื่อวันที่ 11 เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2565 

ซึ่งเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผย เมื่อศาลเขตไทจงได้มีคำพิพากษาชายคนนึงพร้อมกับเพื่อนอีก 3 คนว่ามีการทำความผิดตามกฎหมายโดยชายคนดังกล่าวแซ่หลินเขาต้องถูกศาลสั่งจำคุกนานถึง 12 ปีในขณะที่เพื่อนของเขานั้นแต่ละคนจำคุกระหว่าง 8 ถึง 10 ปีด้วยกัน 

        สำหรับเรื่องราวของชายแซ่หลิน คนนี้เกิดขึ้น  เมื่อช่วงประมาณ ปีพ.ศ. 2560  ลูกสาวของเขาได้ถูกคนร้ายข่มขืนและยังมีการถ่ายรูปแบล็คเมล์ทำให้ลูกสาวของเขานั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตายในที่สุดทั้งที่ลูกสาวของเขายังอายุน้อย  โดยที่คนร้ายไม่ได้ถูกดำเนินคดีเนื่องจากว่าไม่มีหลักฐานหนาแน่นมากพอที่จะสามารถจับตัวคนร้ายได้

       อย่างไรก็ตามชายแซ่หลินจึงได้ร่วมกันกับเพื่อน  จับตัวคนร้ายซึ่งก็คือชายแซ่หวังมาทำการถังที่โรงแรมแห่งหนึ่งและทำการรีดไถเอาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวของตนเองโดยให้ชายแซ่หวังเขียนรายชื่อว่าใครร่วมกระทำการข่มขืนลูกสาวของตนเองบ้าง

และคลิปดังกล่าวที่ใช้แบล็คเมล์ลูกสาวนั้นอยู่ที่ไหนรวมถึงให้เขียนคำรับสารภาพและเขียนคำขอโทษ  ซึ่งชายแซ่หวังนั้นก็ได้ให้ข้อมูลและยืนยันว่าจะนำแผ่นซีดีที่เก็บไว้มาคืนให้ทำให้ชายแซ่หลินและเพื่อนปล่อยตัวชายแซ่หวังไป 

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่ใช้แซ่หวังถูกปล่อยตัวไปนั้นกลับไม่สำนึกผิดไม่ยอมนำซีดีมาคืนให้ทำให้ชายแซ่หลิน กับเพื่อนตัดสินใจจับตัวชายใส่หวังมาขังไว้อีกครั้งหนึ่ง

โดยครั้งนี้มาขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์หลังจากนั้นก็มีการซ้อมเพื่อให้ชายแช่หวังนั้นยอมรับสารภาพ โดยมีการขังไว้ทั้งหมด 7 วันด้วยกันซึ่งในแต่ละวันก็จะมีการใช้กระบองไฟฟ้าทุกปีเพื่อทรมานร่างกายจนท้ายที่สุดแล้วเพื่อนของชายแซ่หลินพบว่าชายแช่หวังนั้นมีอาการหน้านิ่งและตัวเย็นมากจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลและชายแซ่หวังก็เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงที่โรงพยาบาล  

        อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลพยายามที่จะปั๊มหัวใจและช่วยชีวิตชายแซ่หวัง แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้สุดท้ายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าทำการจับกุมชายแซ่ลิ้มและเพื่อนในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายและนำมาสู่ซึ่งเกิดการพิพากษาในชั้นศาลนอกจากว่าทั้งหมดจะต้องถูกดำเนินคดีติดคุกแล้วยังต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับญาติของชายแซ่หวังเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 760000 ดอลลาร์ไต้หวันอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย    ufabet

พบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา 4 จุด ตำรวจเร่งสะสางคดี 

        พบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำ  เมื่อวันที่ 9 เดือนกุมภาพันธ์ปีพศ. 2565 ช่วงเวลาประมาณ 09:00 น ได้มีคนพบชิ้นส่วนของมนุษย์ลอยมาติดตรงบริเวณใต้สะพานอรุณอัมรินทร์

ซึ่งเป็นโป๊ะท่าเทียบเรือของกองเรือเล็ก หลังจากที่มีการได้เก็บชิ้นส่วนมนุษย์ขึ้นมาตรวจสอบพบว่ามีเพียงแค่บริเวณลำตัวถึงสะดือ และมีแขนทั้งสองข้างติดมาด้วย ส่วน ศีรษะรวมถึงร่างกายท่อนล่างตั้งแต่ใต้สะดือเป็นต้นไปก็ยังไม่พบทำให้ยังไม่ทราบว่าชิ้นส่วนมนุษย์นี้เป็นของเพศหญิงหรือเพศชาย 

        อย่างไรก็ตามชิ้นส่วนที่ถูกเก็บกู้ขึ้นมาได้นี้พบว่ามีรอยสักเป็นอักขระเลขยันต์เก้ายอดนอกจากนี้ ยังมีรูปสักยันต์พระจันทร์ราหูอมจันทร์และยันต์จิ้งจกคู่จากการตรวจสอบมือซ่อมของข้างพบว่ามีการทาเล็บสีเหลืองและที่นิ้วนางข้างซ้ายสวมแหวนพลอย  ส่วนมือข้างขวาใส่กำไลแขวะแขนฝังเพชร 

         อย่างไรก็ตามผ่านไปเพียงไม่นานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุว่าพบชิ้นส่วนเพิ่มเติมซึ่งในครั้งนี้เป็นชิ้นส่วนท่อนขาข้างซ้ายโดยชิ้นส่วนนี้ลอยมาติดที่บริเวณท่าเทียบเรือวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร   โดยจุดที่พบชิ้นส่วนที่ 2 นี้ห่างจากจุดแรกประมาณ 2-3 กิโลเมตรดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำชิ้นส่วนทั้งหมดมาไว้รวมกันเพื่อที่จะได้นำไปตรวจสอบอัตลักษณ์โดยชิ้นส่วนถูกส่งไปที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อทำการเช็คว่าชิ้นส่วนทั้ง 2 จุดนั้นเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่

          จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตน่าจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน

นอกจากนี้ยังถูกของมีคมตัดแยกร่างกายและถูกทิ้งไปตามแหล่งต่างๆในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะเป็นผู้หญิงหรือ  ufabet   ไม่ก็สาวประเภทสองแต่ยังต้องตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตนอีกครั้งหนึ่ง 

        อย่างไรก็ตามในวันเดียวกันนั้นประมาณ 14:00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบศีรษะของผู้หญิงลอยตาลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาห่างจากจุดพบศพแรกไปเล็กน้อยซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำศีรษะไปไว้รวมกับชิ้นส่วนทั้ง 2 ชิ้นที่เจอไว้ก่อนหน้านี้หลังจากนั้นในช่วงเวลาเดียวกันก็มีคนพบศพขาข้างขวาลอยมาติดบริเวณตลิ่งตรงวัดข้าน้อยในซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถรวบรวมชิ้นส่วนได้ครบทั้งหมดแล้วเหลือเพียงแค่ชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆซึ่งคาดว่าน่าจะกระจัดกระจายรออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอาจจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่บนเรือดูในแม่น้ำอีกครั้งหนึ่ง 

       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่าคดีนี้เป็นคดีฆาตกรรมแต่ยังระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตไม่ได้ว่าเป็นใครซึ่งอาจจะต้องมีการรอชันสูตรศพรวมถึงตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อหาว่าผู้ตายเป็นใครและจะได้นำไปซึ่งการสืบสวนคดีการฆาตกรรมในครั้งนี้ได้

สังหารโหดฆ่ายัดถังขยะ ที่สุพรรณ  คาดอาจเป็นหลานสาววัย 18 ปี 

         สังหารโหดฆ่ายัดถังขยะ  จากกรณีที่มีผู้พบศพถูกฆ่าแล้วนำศพไปทิ้งไว้ในถังขยะสีฟ้าขนาด 200 ลิตรโดยจุดที่พบศพนั้นอยู่ในพงหญ้าบริเวณเชิงเขาชะโอยจังหวัดสุพรรณบุรี   ซึ่งตรวจสอบเบื้องต้นนั้นพบว่าผู้ที่เสียชีวิตอยู่ภายในถังขยะสีฟ้านั้นเป็นหญิงที่ค่อนข้างมีอายุ

แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่าศพดังกล่าวนั้นเป็นใครโดยบริเวณจุดที่พบศพนั้นอยู่แถวบริเวณริมถนนสาย 340 สุพรรณบุรี – ชัยนาท ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เดิมบางนางบวชเป็นผู้รับผิดชอบ 

          อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไปเพียงไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เริ่มรู้เบาะแสแล้วว่าศพที่พบนั้นเป็นของหญิงชราคนนึงอายุ 62 ปีชื่อว่านางสมศรีซึ่งมีบ้านอยู่ที่จังหวัดสระบุรีโดยหญิงชราที่เสียชีวิตนี้ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอาศัยอยู่กับหลานสาวอายุ 18 ปี 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าศพเป็นใครจึงรีบประสานงานหลานสาวของหญิงชราเพื่อมาสอบถามข้อมูลแต่พบว่าหายตัวออกไปจากบ้านพักทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของหลานสาวรายนี้จึงได้มีการแกะรอยจากโทรศัพท์มือถือพบว่าหลานสาวรายนี้กำลังเดินทางไปที่จังหวัดตากจึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เพื่อทำการควบคุมตัว 

         ยังไงก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ช่วยกันสกัดตรวจสอบรถ โดยสารที่จะเข้าจังหวัดตากโดยผู้ต้องสงสัยอยู่บนรถตู้ซึ่งผู้ต้องสงสัยได้นั่งมากับผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 23 ปี

ซึ่งทั้งคู่นั้นแสดงท่าทางอาการมีพิรุธเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการขอตรวจสอบบัตรประชาชนและพบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นหลานสาวของผู้เสียชีวิตจริงๆจึงได้มีการควบคุมตัวพาหญิงสาวและชายหนุ่มที่มาด้วยกันเดินทางมาที่ สภ.เดิมบางนางบวชทันที 

        อย่างไรก็ตามเบื้องต้นนั้นหลานสาววัย 18 ปีพร้อมกับชายหนุ่มซึ่งระบุว่าเป็นแฟนของหญิงสาวคนดังกล่าวยังไม่ให้ข้อมูลใดๆกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ   จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าหลานสาวคนดังกล่าวนั้นไม่ใช่หลานแท้ๆของผู้เสียชีวิตเนื่องจากผู้เสียชีวิตและสามีไม่มีลูกจึงได้ไปขอเด็กมาเลี้ยงคนนึงหลังจากนั้นเด็กคนดังกล่าวก็ได้คลอดลูกออกมาซึ่งเป็นหลานสาวคนปัจจุบันโดยหญิงชราคนนี้รักลูกสาวซึ่งเป็นลูกเลี้ยงและหลานสาวเป็นอย่างมากเมื่อหลานสาวโตและไปเรียนต่อที่จังหวัดนครราชสีมาหญิงชราก็ตามไปดูแลหลานสาวและจะพาหลานสาวกลับบ้านที่จังหวัดสระบุรีอาทิตย์ละครั้ง

     อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบพยานหลักฐานที่จะสามารถเอาผิดหลานสาวของหญิงชราได้ซึ่งเบื้องต้นนั้นมีคลิปจากกล้องวงจรปิดซึ่งระบุว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของแฟนของหญิงสาววัย 18 ปีซึ่งหลังรถกระบะนั้นมีถังขยะสีเขียวตรงกับถังขยะที่ใส่ศพของหญิงชราโดยคาดว่าหญิงสาวน่าจะพลั้งมือฆ่าหญิงชราและให้แฟนหนุ่มมาช่วยขนศพไปทิ้ง 

 

สนับสนุนโดย.   ufabet