สาวสองติดคุกที่ฮ่องกง เพราะใจดีรับฝากของขึ้นเครื่อง 

เมื่อวันที่ 25 เดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2567 ได้มีสาวประเภทสองรายหนึ่งเธอได้มีการโพสต์ผ่านทางโซเชียลเป็นการเตือนภัย  สำหรับคนที่เดินทางไปต่างประเทศ ว่าอย่าใจดีรับถือกระเป๋าของใครขึ้นเครื่องแม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ตาม

เนื่องจากเธอมีประสบการณ์ที่ถูกบล็อกเกอร์ชื่อดังฝากให้ถือกระเป๋าขึ้นเครื่อง 

และปรากฏว่าเมื่อเธอลงเครื่องที่สนามบินฮ่องกงก็ถูกเจ้าหน้าที่ของสนามบินจับกุมเนื่องจากมีการตรวจพบว่า กระเป๋าที่เธอถือมานั้นมีกัญชาชุกซ่อนอยู่จำนวน 2 กิโลกรัมด้วยกันซึ่งกระเป๋าใบดังกล่าวนั้นไม่ใช่ของเธอแต่เป็นของเพื่อน Blogger ที่เดินทางมาพร้อมกับเธอนั่นเอง 

จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของโพสต์กับ Blogger นั้นเริ่มจากที่เจ้าของโพสต์นั้นเป็นคนที่ชื่นชอบเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศและมักจะเดินทางไปไหว้พระที่ประเทศฮ่องกงอยู่เสมอซึ่งบางครั้งจะไปกับเพื่อนสนิทและบางครั้งก็จะไปกลับคนในครอบครัว   และการเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงนี่เองที่ทำให้มีโอกาสได้เจอกับ Blogger  คนดังกล่าว  

หลังจากที่รู้จักสนิทสนมกันพอสมควรเมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ประเทศฮ่องกงจึงได้มีการชักชวน Blogger  ร่วมเดินทางไปทิศเดียวกันเพราะโดยปกติแล้ว Blogger  รายนี้ก็มักจะเดินทางไปเที่ยวที่ฮ่องกงอยู่เป็นประจำเช่นกัน 

อย่างไรก็ตามเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อไปถึงสนามบินแล้วปรากฏว่า Blogger  ฝากให้ถือกระเป๋าขึ้นเครื่องเนื่องจากว่ากระเป๋าที่ทาง Blogger  เตรียมมานั้นใบใหญ่และมีน้ำหนักมาก

  ด้วยความที่เจ้าของโพสต์ไว้ใจเห็นเป็นคนที่มีชื่อเสียงและเป็นเพื่อนกันจึงได้รับฝากกระเป๋าและได้มีการใช้แท็กชื่อเจ้าของโพสต์กับกระเป๋าใบดังกล่าว 

หลังจากที่เดินทางไปถึงสนามบินของฮ่องกงปรากฏว่า Blogger  ได้เดินออกจากจุดตรวจ

โดยที่ไม่รอเจ้าของโพสต์ซึ่งตอนแรกเจ้าของโพสต์ก็ไม่ได้คิดอะไรมากแต่เมื่อถึงช่วงเวลาที่ตมตรวจกระเป๋าของเจ้าของโพสต์ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าจับกุมโดยแสดงหลักฐานว่าภายในกระเป๋าที่เจ้าของโพสต์นำมาด้วยนั้นมีกัญชาอยู่ในนั้น 

ถึงแม้ว่าทางด้านเจ้าของโพสต์จะพยายามชี้แจงว่ากระเป๋าใบดังกล่าวไม่ใช่ของตนเองและเป็นการรับฝากมาแต่ทางเจ้าหน้าที่ของสนามบินฮ่องกงก็ไม่ได้สนใจส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำและรอขึ้นศาล ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังตามหาตัว Blogger ด้วยเช่นกัน 

  สำหรับประเทศฮ่องกงนั้นการนำยาเสพติดเข้าไปในประเทศนั้นมีความผิดร้ายแรงมาก  ดังนั้นเจ้าของโพสต์จึงต้องการโพสต์เป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าไว้ใจใครแม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนที่เรารู้จักดีก็ตามเพราะในกระเป๋าอาจจะมีสิ่งเสพติดทุกซ่อนอยู่และทำให้เราซวยจากความใจดีก็เป็นไปได้ 

 

สนับสนุนโดย    huaydee

ครูชัยยศเซ็นให้เด็กได้มีข้าวกลางวันกินฟรีแต่กลับถูกให้ออกราชการ 

          ในโลกออนไลน์ต่างก็มีการแชร์เรื่องราวของคุณครูชัยยศซึ่งเป็นครูที่สอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่โดยเรื่องราวของครูชัยยศนั้นถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 เดือนธันวาคมปีพ.ศ 2566   เนื่องจากผู้คนต่างก็สงสารและเห็นใจครูชัยยศที่ต้องถูกให้ออกจากราชการและหาเลี้ยงชีพตนเองด้วยการออกมาขายโรตี 

        สำหรับเรื่องราวของครูชัยยศนั้น เป็นเรื่องราวของคุณครูที่ดีคนหนึ่งที่ต้องออกจากงานราชการเนื่องจากมีการเซ็นตรวจรับเงินอาหารกลางวันแล้วนำเดินดังกล่าวแบ่งออกมาบางส่วนเพื่อนำไปทำอาหารกลางวันให้เด็กม. ต้นรับประทาน  

   อย่างไรก็ตามความผิดของครูชัยยศเกิดขึ้นเมื่องบประมาณดังกล่าวนั้นถูกส่งมาให้สำหรับเด็กนักเรียนอนุบาลและเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาเท่านั้นแต่เนื่องจากคุณครูชัยยศเล็งเห็นว่าเด็กนักเรียนชั้นม. ต้นในโรงเรียนนั้นก็เป็นเด็กยากไร้และไม่มีเงินที่จะซื้ออาหารกลางวันกินเช่นเดียวกันจึงได้นำเงินดังกล่าวเขตบางส่วนออกมาจนเป็นที่มาของคำสั่งว่ามีการทุจริตและถูกสั่งให้ออกจากราชการนั่นเอง 

    สำหรับโรงเรียนที่เกิดเหตุที่คุณชัยยศได้สอนอยู่นั้นเป็นโรงเรียนบ้านยางเปาซึ่งโรงเรียนดังกล่าวนั้นเป็นโรงเรียนขยายโอกาสมีเด็กนักเรียนเป็นจำนวนมากที่มาเรียนโรงเรียนแห่งนี้ด้วยทางโรงเรียนนั้นมีการเปิดการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงระดับมัธยมต้นซึ่งเด็กทุกคนที่มาโรงเรียนขยายโอกาสแห่งนี้นั้นต่างก็มีฐานะยากจนและขาดโอกาสในการที่จะเรียนในโรงเรียนรัฐบาลดีๆ

    สำหรับเงินที่เป็นเงินงบประมาณสำหรับมาใช้จ่ายในการทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลและนักเรียนชั้นประถมทานนั้น

ก็เป็นเงินที่จัดสรรมาจากทางรัฐบาลโดยครูชัยยศเองที่สอนอยู่โรงเรียนดังกล่าวเห็นว่าเด็กนักเรียนมัธยมต้นก็ยากจนเช่นเดียวกันไม่มีเงินมาโรงเรียนและครูชัยยศเองก็ยังเห็นใจเด็กนักเรียนและผู้ปกครองจึงได้นำเงินบางส่วนแบ่งออกไปเพื่อให้เด็กได้ชั้นมัธยมต้นได้กินอาหารกลางวันด้วยและเรื่องนี้เองซึ่งเป็นที่มาของการจัดซื้ออาหารกลางวันโดยการใช้งบอย่างทุจริตซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ 2562 แล้ว

    อย่างไรก็ตามเรื่องราวของคุณครูชัยยศถูกมาแชร์ในโลกออนไลน์เนื่องจากว่ามีลูกศิษย์เป็นจำนวนมากที่ได้รับความช่วยเหลือจากครูชัยยศได้มีการส่งคำร้องคัดค้านบทลงโทษที่มีการไล่ครูชัยยศออกจากโรงเรียนซึ่งปัจจุบันผู้ใช้ยศต้องออกมาหาเลี้ยงชีพตนเองด้วยการขายโรตี

ทำให้เด็กนักเรียนเป็นจำนวนมากต่างก็รู้สึกว่าครูชัยยศไม่ได้รับความเป็นธรรมยังถูกตราหน้าว่าเป็นคนทุจริตทั้งที่ครูชัยยศไม่ได้นำเงินไปเข้ากระเป๋าตัวเองแต่นำเงินทุกบาททุกสตางค์มาช่วยเหลือลูกศิษย์ 

    สำหรับเรื่องราวของครูชัยยศนั้นนับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับข้าราชการทุกคนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวว่าถ้าอยากอยู่ทำงานจนเกษียณอายุก็อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินทองหรืออย่าไปเซ็นเอกสารอะไรถ้าหากยังอ่านรายละเอียดไม่ชัดเจนเพราะไม่ว่าคุณจะทำดีมากแค่ไหนแต่ถ้าเกิดว่ามีลายเซ็นของคุณความดีที่สะสมมาก็ไม่สามารถปกป้องคุณได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    huaydee