กลยุทธ์เพื่อชัยชนะอย่างรวดเร็วโดยใช้โซเชียลมีเดีย

สำหรับการทำการตลาดบนแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่างการทำออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียนั้น

แน่นอนว่าแบรนด์ต้องมีความยืดหยุ่นในการทำการตลาดรวมถึงการดูและให้บริการลูกค้าด้วย เราอาศัยอยู่ในโลกที่ภูมิทัศน์มีการเปลี่ยนแปลงทุกวันดังนั้นการศึกษาสิ่งต่างๆในทุกวันและยอมรับสิ่งต่างๆที่เข้ามานั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างยิ่ง

เพราะ สิ่งที่ได้ผลเมื่อวานอาจไม่ได้ผลในสัปดาห์หน้า บริษัทต้องปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เริ่มแรกโดยมุ่งเน้นที่การสร้างความสัมพันธ์ผ่านการมีส่วนร่วม ทั้งคนในองค์การเองรวมถึงลูกค้าและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจของเราด้วย

ทั้งนี้การนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณค่า เช่น วิดีโอแสดงวิธีการหรือคลิปเบื้องหลัง แม้ว่าการเข้าชมและ Conversion จะเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่แบรนด์ก็ไม่สามารถขอให้ปัดขึ้นและคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างต่อเนื่อง

ปรับตารางการโพสต์ สิ่งที่ได้ผลในเดือนมีนาคมไม่ได้ผลอีกต่อไป เนื่องจากผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ยังคงทำงานจากที่บ้านต่อไป ทดลองใช้รูปแบบใหม่และเวลาในการโพสต์ใหม่เพื่อให้การตลาดนั้นมีประสิทธิภาพม่กที่สุด

การเปลี่ยนวัตถุประสงค์ของการแข่งของคุณ ค้นหาโพสต์ที่เป็นผู้ชนะ

หรือที่เราอาจจะเรียกว่าโพสต์ที่ได้รับความนิยมและเป็นไวรัลในช่วงนั้นและสร้างเนื้อหาที่คล้ายกัน ให้ผู้ชมของคุณมีส่วนร่วมในแคมเปญการตลาดของคุณ โฮสต์ Instagram Lives ถามคำถาม โพสต์โพล และใช้เครื่องมือที่แพลตฟอร์มมีให้เพื่อสร้างเนื้อหาที่แท้จริง ที่สำคัญกว่านั้น ในขณะที่เราก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

ให้การรับฟังทางสังคมและการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นจุดสนใจหลักของกลยุทธ์การตลาดของคุณ มุ่งเน้นไปที่ชุมชนของคุณและค้นหาวิธีที่จะรวบรวมผู้คนมารวมกัน ไม่พลาดโอกาสในการมีส่วนร่วมกับผู้ชมของคุณ โพสต์เดียวสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ แค่ถาม Ocean Spray

สำหรับแบรนด์ที่ไม่สามารถทำการตลาดหรือขายผลิตภัณฑ์หรือบริการได้ในขณะนี้ ให้เน้นที่การแบ่งปันเนื้อหาที่สอดคล้องกับคุณค่าของแบรนด์แทน แบรนด์ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ความไม่แน่นอนมาขัดขวางไม่ให้พวกเขาดำเนินการและนำเสนอต่อลูกค้า

ในขณะที่เรายังคงสำรวจดินแดนที่ไม่เคยมีใครรู้จัก สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือการมุ่งเน้นไปที่ความต้องการของผู้บริโภคเสมอ หากมีสิ่งดีๆ ประการหนึ่งที่มาจากปีที่ผ่านมา นั่นก็คือโซเชียลมีเดียอาจกลายเป็นสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้

ผู้คนต่างโหยหาวิธีสร้างความสัมพันธ์ ขณะนี้มีผู้ชมที่เป็นเชลยในโลกออนไลน์

กำลังรอให้แบรนด์ของคุณทำเช่นนั้น Forbes Communications Council เป็นชุมชนที่ได้รับเชิญเท่านั้นสำหรับผู้บริหารในการประชาสัมพันธ์ กลยุทธ์สื่อ เอเจนซี่โฆษณา

และสร้างสรรค์ที่ประสบความสำเร็จ เราอาจจะมองว่าเรานั้นมีคุณสมบัติหรือไม่ ถ้าหากมีมากพอก็สามารถที่จะขับเคลื่อการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนโดย   หวยดี

ลูกจ้างจอมแสบ ขโมยเงินที่ร้านขายของ ได้เงินไปหลายแสน

 ที่ เชียงใหม่ มีเจ้าของร้าน ขาย ของชำ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้แชร์ คลิปวีดีโอ ของลูกจ้าง ที่จ้างงานให้มาช่วยขายของ แต่กลับถูกลูกน้องเป็นหญิงสาวอายุ 21 ปี

ขโมยเงิน รวมแล้ว น่าจะประมาณ 1 ล้านบาท โดยเจ้าของร้าน ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ได้เปิดร้านขายของแต่ไม่มีคน ช่วยดูแลร้าน และต้องการพนักงาน ช่วยขายของ ให้อยู่พอดี มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาที่ร้านอุ้มลูกมา บอกว่ามาของานทำ ไม่มีงาน และไม่มีเงินให้ลูก

ตนเห็นจึงสงสาร จึงรับมาเป็นพนักงานของร้าน โดยแรกๆที่รับเข้ามาทำงาน พิมพ์ชนก คนที่ขโมยเงิน ขยันมาก ทำดีมาตลอด ตอนก็ไว้ใจ ให้ดูแลบัญชีการเงินตรวจนับสต๊อคสินค้าทุกอย่าง โดยที่ไม่ต้องเข้ามาที่ร้าน ให้พิมพ์ชนกดูแลร้านเองเพียงคนเดียว

อาจจะเข้ามาเป็นบางวัน และทำการซื้อของเข้าร้านเพื่อจำหน่าย เจ้าของร้าน ยังพูดอีกว่า ที่มารู้ ว่า พิมพ์ชนก ขโมยเงินไปนั้น ก่อนหน้านี้ มีการตั้งข้อสงสัย สังเกตมาตลอดว่าที่ร้าน ทำไมถึงขาดทุน มาเรื่อยๆ

โดยปีแรกที่รับเข้ามาทำงาน ทางพิมพ์ชนกเองก็บอกว่าร้านขายไม่ค่อยดี ก็ยังพอเข้าใจได้เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่โควิดระบาดหนัก แต่ช่วง 2 ปีหลังนั้น ของที่ร้านก็ขายเหมือนเดิมปกติ และเหมือนจะขายดีกว่าเดิม เพราะมีการ แจ้งให้ซื้อรายการสินค้าเพิ่มมากขึ้น

แต่รายรับ ได้กำไรแค่วันละพันกว่าบาท ซึ่งมันเป็นไปได้ยากในเมื่อลูกค้าเข้าร้านทุกวัน ปกติ เธอและสามี จึงตัดสินใจ ติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม

จากที่มีอยู่แล้ว 4 จุดเพิ่มเป็น 8 จุด โดยที่ไม่แจ้งพนักงาน พิมพ์ชนกคนนี้ ตอนแรกก็ไม่ได้คิด ว่าพิมพ์ชนกจะเป็นคนขโมยเงินที่ร้านไป

ขโมยเงินแต่ละที่ วันหนึ่ง 3 ครั้งวิธีที่ท้องที่น้องพิมพ์ชนกทำนั้นแนบเนียนที่สุด โดยใช้จังหวะที่ลูกค้ามาชำระเงิน เพื่อเปิดเก๊ะ และนับเงินทอน แต่ไม่ปิดให้สนิทโดยล้อที่ลูกค้าเดินออกจากร้าน และทำเป็น นับเงินแบงค์พันบ้างแบงค์ 500 จากนั้น ก็เก็บใส่กระเป๋า ของ พิมพ์ชนก

ลูกจ้างคนนี้ เธอรู้สึกเสียใจมาก ที่รับและไว้ใจลูกจ้างคนนี้มาโดยตลอด ทุกวันนี้ที่ร้านอยู่ได้เห็นว่าขาดทุนเราก็ได้เอาบ้านไปรีไฟแนนซ์เพื่อนำทุนมาลงทุนเพิ่ม แต่กลับไม่ได้กำไร ขาดทุนลงทุกวันจนกิจการแทบจะเจ๊ง จนล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566

สามีของตนเอง จึงบอกให้ไปรีดูกล้องวงจรปิด ให้ดูในจุด เคาน์เตอร์ชำระเงิน เธอก็ได้ไปนั่ง เฝ้าลีย้อนดู ก็พบว่า พิมพ์ชนกลูกจ้างคนนี้ ขโมยเงินทุกวัน วันละหลายรอบ แต่ละรอบ ยอดเป็นหมื่น ที่เก็บใส่กระเป๋าไป ซึ่งเธอก็สงสัยตั้งแต่ช่วง ปีที่ 2 ว่าทำไมลูกจ้างคนนี้ ซื้อของออนไลน์บ่อย กินข้าวแต่ละมื้อ แพงกว่าค่าจ้างรายวันที่ได้รับ ทำตัวอู้ฟู่เงินเยอะ ตอนนั้นก็ไม่ได้เอะใจ

จนตอนนี้มารู้แล้วว่าเงินที่หาย ที่ขาดทุนไป เป็นเพราะพิมพ์ชนก ขโมยไปนี่เอง จากที่ดูกล้องวงจรปิด น้ำตาก็ไหลทุกครั้งที่เห็นลูกจ้างคนนี้ขโมยเงิน จึงได้ตัดสินใจไปแจ้งความ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้มา ที่ร้านเพื่อจับตัวลูกจ้างคนนี้ ไปดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มารอจับพนักงาน ลูกจ้างคนนี้ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 ซึ่งเจ้าตัวลูกจ้างก็มาทำงานตามปกติ และ ให้เจ้าหน้าที่จับกุมทันที เจ้าตัวเองก็สารภาพว่าได้นำเงิน จากที่ร้านไปจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจถามว่านำเงินไปทำอะไรตัวลูกจ้างก็แจ้งว่านำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว จึงนำตัว ไปฝากขัง ที่สถานีตำรวจและดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

สนับสนุนโดย    หวยดี

พลายศักดิ์สุรินทร์ช้างไทย โดนใช้งานหนักจนป่วย  ได้เวลากลับแผ่นดินไทย

          ทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า พรายศักดิ์สุรินทร์เป็นช้างไทยที่ได้มีการส่งไปยังประเทศศรีลังกาและถูกใช้งานจนล้มป่วยและไม่ทำการรักษาดูแล 

จึงมีผู้ใจดี เสนอให้ทางสถานทูตไทยนั้นนำตัว พรายศักดิ์สุรินทร์   กลับมารักษาที่บ้านเกิด     ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2544     ประเทศไทยนั้นได้มีการน้อมเกล้าถวาย ช้างเพื่อเป็นพระราชทานแก่ประธานาธิบดี ณ  ประเทศศรีลังกา จำนวน 2 เชือก โดย 1 พรายศักดิ์สุรินทร์    ที่ถูกนำตัวกลับไทยมารักษาในครั้งนี้ 2 พลายศรีณรงค์ ซึ่งตัวนี้ถูกนำตัวหนีหลบหายไปยังไม่ทราบโชคชะตา

ว่า อยู่ดีหรือล้มป่วย แต่เท่าที่ทราบคือพรายศักดิ์สุรินทร์นั้น อาการค่อนข้างแย่ จึง นำตัวกลับไทยเพื่อมารักษาโดยสัตย์แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษา ซึ่งเท่าที่ทราบนั้นทางควาญช้างหรือวัดที่พรายสักสุรินทร์นั้น ได้อยู่อาศัยใช้งานหนัก

ใช้ในขบวนแห่พระธาตุเขียว แก้ว เป็นประจำทุกวัน เป็นพิธีทางศาสนาของทางประเทศศรีลังกา      แต่คิดว่าน่าจะเป็นการใช้งานที่หนัก

และใช้สู้ล่ามตัวพลายศักดิ์สุรินทร์ไว้ตลอดทั้งขาหน้าและหลังเช้ามีบาดแผลดวงตาก็เหมือนจะมองพร่ามัว อาการเบื้องต้นเท่าที่ทราบคาดว่าน่าจะโดน ควานช้างนำตะขอตีถูกปลายตา ทำให้ตาพร่ามัว เกิดการมองไม่เห็น

โดยเบื้องต้นทางจังหวัดสุรินทร์ได้ส่งตัวของนายตะวันมะลิงามและนายทองสุขมะลิงามซึ่งเป็นความช้างของทางจังหวัดสุรินทร์ ที่ได้มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาอาการช้างทั้งหมดและสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ จึงได้ทราบว่าอาการของพลายศักดิ์สุรินทร์นั้น อาการค่อนข้างแย่   

  จึงแจ้งกลับทางประเทศศรีลังกาว่าขอนำตัวพลายศักดิ์สุรินทร์นั้นกลับไปรักษาที่ประเทศไทย

เนื่องจากมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่ประเทศไทย พร้อมที่จะดูแลรักษาในครั้งนี้ และเบื้องต้นหลังจากที่ความช้างทั้งสองคนไปถึงนั้นก็ได้มีการดูแลรักษาพรายศักดิ์สุรินทร์แล้วเบื้องต้น และกำลังประสานงานที่จะนำตัวช้างพลายสุรินทร์นั้นกลับเมืองไทย 

            แต่หลังจากที่ได้นำเรื่องราวของพลายศักดิ์สุรินทร์นั้น เผยแพร่ออกไปทำให้คนไทยนั้นได้หันมาสนใจกันเลี้ยงช้างหรือเป็นสัตว์ประจำประเทศไทย ให้สนใจมากยิ่งขึ้น และก็เป็นที่ดีใจทางประเทศศรีลังกา อนุญาตให้นำพรายศักดิ์สุรินทร์นั้น กลับประเทศไทย

แต่โดยดี โดยที่ไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น ทานชาวจังหวัดสุรินทร์หลังทราบว่าทางช้างพลายศักดิ์สุรินทร์จะได้กลับประเทศไทย ทุกคนก็ต่างพาดีใจรอคอยวันที่พลายจักสุรินทร์นั้นจะมาถึงประเทศไทยอีกครั้ง  หลังจากที่ถูกนำตัวไปประเทศศรีลังกามากกว่า 20 ปี ให้กลับมารักษาตัว และทางคนไทยทุกคนก็ภาวนาให้การเดินทางของทางพรายศักดิ์สุรินทร์นั้นเดินทางถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย

 

สนับสนุนโดย    หวยดี