13-15 เมษายนนี้งดกิจกรรมสงกรานต์

13-15  เมษายนนี้งดกิจกรรมสงกรานต์  มหาเถระสมาคมประกาศแจ้งกับทุกวัดในไทย

        ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วสำหรับกิจกรรมวันสงกรานต์ที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 เดือนเมษายนถึงวันที่ 15 เดือนเมษายนปีพศ 2563 ว่าทุกสถานที่สั่งงดการจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ทางนี้จะงดทั้งจังหวัดและกิจกรรมภายในวัดเองก็จะไม่มีการทำกิจกรรมใดๆทั้งสิ้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงเรื่องของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด-19

ทั้งนี้นอกจากทางรัฐบาลจะมีการประกาศให้ประชาชนรับทราบแล้วยังมีการประกาศงดประชาชนเดินทางออกนอกพื้นที่ในช่วงกิจกรรมวันสงกรานต์นี้อีกด้วยรวมถึงทางมหาเถรสมาคมซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลวัดต่างๆทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศก็ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้วว่าจะไม่มีการจัดกิจกรรมใดๆในวัดเป็นอันขาดไม่ว่าจะเป็นวัดในประเทศไทย

หรือว่าต่างประเทศโดยกิจกรรมนี้มีการประกาศให้งดกิจกรรมมาแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 เมษายนเป็นต้นไป ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเปิดให้มีการทำกิจกรรมในบริเวณวัดได้อีกเมื่อไหร่เนื่องจากต้องรอดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 

ดูก่อนว่ามีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ซึ่งหลายคนมีความเห็นตรงกันว่าหากว่าวัดยังคงมีการทำกิจกรรมทำบุญที่วัดประชาชนรถประกันเดินทางไปทำบุญซึ่งก็จะกลายเป็นแหล่งรวมคนจำนวนมากและนี่เองจะเป็นจุดที่จะสามารถแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19ให้กันได้ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ในช่วงนี้รัฐบาลจะขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมทั้งหมดและหากใครก็ตามที่มีการฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย 

         สำหรับกิจกรรมภายในวัดนี้เป็นกิจกรรมของพระสงฆ์ซึ่งทางด้านพระสงฆ์เองก็ต้องมีการระวังเรื่องของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกันซึ่งประสงค์เองการที่จะทำวัตรหรือนั่งสมาธิต่างๆก็ต้องเว้นระยะห่างกัน 1 เมตรเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปหรือชาวบ้านทั่วไปเช่นเดียวกัน

ดังนั้นในช่วงนี้ที่ทางรัฐบาลเองยังไม่สามารถที่จะทำการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ได้นั้นทุกคนก็ต้องให้ความร่วมมือเพื่อลดความเสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสและเมื่อประชาชนไม่มีการระบาดไม่มีการติดเชื้อสถานการณ์ของประเทศก็จะดีขึ้นและทุกคนก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

โดยสามารถไปทำงานรวมถึงไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆหรือไปทำบุญที่วัดได้แต่ถ้าหากไม่ร่วมแรงร่วมใจกันในช่วงนี้และยังคงปล่อยให้มีการแพร่ระบาดของไวรัสอยู่ต่อไปเราก็จะไม่สามารถไปทำบุญหรือไปทำกิจกรรมอื่นๆหรือแม้แต่ไปทำงานได้ดังนั้นช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นทางบ้านหรือพระสงฆ์ต่างก็ควรจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันในการลดความเสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ให้ได้ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub slot เล่นผ่านเว็บ

เจ็บสาหัสจากการสูตรแอลกอฮอล์จากก้นถัง

คนงานบาดเจ็บสาหัสจากการสูตรแอลกอฮอล์จากก้นถังเพื่อมาผลิตเจลล้างมือ 

         ที่จังหวัดสมุทรปราการมีเหตุการระเบิดเกิดขึ้นที่โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงงานผลิตเจลล้างมือโดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่พนักงานได้ทำการดูดเอาแอลกอฮอล์ที่ค้างอยู่ตรงก้นถังขึ้นมาซึ่งพนักงานหนุ่มที่เคราะห์ร้ายเป็นแรงงานชาวพม่าแรงระเบิดทำให้เขากระเด็นสูงถึง 6 เมตรหลังจากนั้นร่างก็ตกกระแทกพื้นพบว่าตอนนี้อาการสาหัส

            เหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรปราการซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 27 เดือนเมษายน   ปีพุทธศักราช 2563 แรงงานชาวพม่าทำงานที่บริษัทพูนพัฒน์คอร์ปอเรชั่นโดยมีเจ้าของโรงงานชื่อนางสาวชวนชมคอยดูแลกิจการอยู่

ซึ่งโรงงานนี้เป็นโรงงานที่ใช้ผลิตเจลล้างมือโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อแรงงานชาวพม่าได้มีการใช้ปั๊มเพื่อดูดเอาแอลกอฮอล์ขึ้นมาจากก้นถังเนื่องจากว่าถังที่มีขนาดใหญ่นั้นมีการใช้แอลกอฮอล์ไปจนเกือบจะหมดแล้วเหลืออยู่ตรงก้นถังแค่เพียงประมาณ 50 เมตรเท่านั้น

แรงงานพม่าคนดังกล่าวจึงได้พยายามดูดแอลกอฮอล์เพื่อจะให้หมดถังนำมาใช้ในการผลิตเจลล้างมือเดินเขาต้องการดูดน้ำแอลกอฮอล์ประมาณ 50 M นั้นมาไว้ในถังขนาดเล็กเพื่อสะดวกในการใช้งานแต่เนื่องจากมีข้อผิดพลาดทำให้เกิดการระเบิดขึ้นซึ่งแรงอัดของระเบิดทำให้ร่างของแรงงานพม่ากระเด็นสูงถึง 6 เมตร

หลังจากนั้นก็ร่วงลงมากระแทกพื้นทำให้เขาได้รับบาดเจ็บแสนสาหัสซึ่งแรงงานชาวพม่าคนดังกล่าวต่อมาทราบชื่อว่าในซอ  จากการตรวจสอบพบว่าที่จริงแล้วนาย ซอ นั้นไม่ใช่พนักงานของโรงงานโดยตรง แต่เขาเดินทางมาเยี่ยมญาติที่เป็นพนักงานและพักที่โรงงานแห่งนี้เมื่อเห็นว่าญาติทำงานเยอะนายซอจึงได้เข้าไปช่วยญาติทำงาน

ซึ่งนาย ซอ น่าจะไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจในการใช้อุปกรณ์มากนักจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นได้ อย่างไรก็ดีตอนนี้ผู้บาดเจ็บได้ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วและนางสาวชวนชมก็รับปากว่าจะมีการดูแลผู้บาดเจ็บเป็นอย่างดี

พร้อมทั้งยืนยันจะมีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้บาดเจ็บจนกว่าผู้บาดเจ็บจะดีขึ้นอีกครั้งยังจะมีการปรับปรุงโรงงานให้มีมาตรฐานการดำเนินงานให้มากขึ้นกว่าเดิม  และพร้อมจะดูแลพนักงานทุกคนให้ปลอดภัยไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อีก

เหตุการณ์ในครั้งนี้ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบโรงงานว่าโรงงานได้มาตรฐานมากน้อยแค่ไหนอุปกรณ์ที่นำมาผลิตเจลนั้นมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหนและคนงานมีความรู้ความชำนาญและมีการเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการใช้สารเคมีมากน้อยเพียงใด

เพราะแอลกอฮอล์นั้นเป็นวัตถุไวไฟซึ่งถ้าหากทำไม่ดีหรือไม่มีความรู้ในการดูแลรักษาก็อาจจะทำให้เกิดระเบิดและเหตุการณ์ซ้ำเดิมก็อาจจะเกิดขึ้นมาอีกได้อีกทั้งโรงงานต้องดูว่ามีการขอเปิดโรงงานอย่างถูกต้องหรือไม่เพื่อที่จะได้รู้ว่าเจลแอลกอฮอล์ที่ผลิตออกมาขายนั้นเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและผู้ที่ซื้อไปใช้งานสามารถใช้ได้โดยไม่เกิดอันตรายหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub casinoทดลองเล่น

เรื่องราวดีๆที่ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดเลยดูแลประชาชน

         อย่างที่เราทราบกันดีว่าในช่วงนี้เศรษฐกิจของทุกคนรวมถึงเศรษฐกิจของประเทศกำลังประสบปัญหากันเป็นอย่างมากประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อนจากการที่มีการระบาดของไวรัสที่ชื่อว่าโควิด2019  หลายคนจึงต้องหาทางออกในช่วงนี้ด้วยการนำของในบ้านที่มีอยู่ไปจำนำไว้ที่โรงรับจำนำ

เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงที่ยังตกงานอยู่ในขณะนี้ซึ่งเรื่องราวดีๆนี้ได้มีการพูดถึงโดยมีการนำมาโพสต์ลง Facebook จากเจ้าหน้าที่ที่ทำงานราชการคนหนึ่งที่เป็นคนที่ใกล้ชิดกับผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดเลยได้ออกมาตีแผ่เรื่องราวดีๆที่เขารู้สึกซาบซึ้งใจที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย

มีให้แก่ประชาชนของเขาซึ่งเรื่องราวนี้ได้มีการระบุเอาไว้ว่าขนาดที่เขากำลังนั่งทำงานอยู่นั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้เดินมาบอกเขาว่าท่านจะออกไปธุระแป๊บนึงเมื่อถามว่าจะไปที่ไหนท่านก็ตอบว่าท่านจะไปโรงรับจำนำ

ซึ่งเป็นคนโพสต์เองก็ได้เกิดความสงสัยว่าคนระดับอย่างผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีเงินใช้ขนาดที่จะต้องไปโรงรับจำนำเลยหรืออย่างไรดังนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาจึงได้ขออนุญาตติดตามผู้ว่าราชการจังหวัดไปที่โรงรับจํานําด้วยและเมื่อไปถึงสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประทับใจในตัวผู้ว่าราชการจังหวัดคนนี้นั่นก็คือเขาได้ยินการสนทนาระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าของโรงรับจำนำ

ซึ่งท่านได้เรียกมาพูดคุยโดยบอกว่าท่านจะขอมาไถ่ถอนของประชาชนที่นำของมาจำนำโดยท่านจะขอถ่ายเฉพาะอุปกรณ์ที่สามารถทำมาหากินได้เช่นหม้อหุงข้าวหรือก่อนสร้างต่างๆที่ชาวบ้านนำมาจำนำโดยอยากจะให้เจ้าของโรงรับจำนำเป็นผู้ติดต่อกับเจ้าของพี่เอามาจำนำเหล่านี้ส่งคืนให้กับเจ้าของด้วยโดยท่านจะเป็นคนจ่ายค่าไถ่ถอนให้เอง

และท่านยังบอกกับเจ้าของโรงรับจำนำได้ว่าไม่ต้องบอกชาวบ้านว่าใครมาไถ่ถอนให้ถ้าอยากจะคืนเงินให้นำเงินที่จะไปคืนนั้นไปบริจาคแทนนอกจากผู้ว่าราชการจังหวัดเลยจะช่วยไถ่ถอนของที่ชาวบ้านเอาไปจำนำแล้วท่านยังมีการเตรียมข้าวสารไข่ไก่  และอาหารที่สามารถยังชีพได้อีกหลายอย่างไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่จะเดินทางมารับของที่มีการจำนำเอาไว้และท่านไถ่คืนให้ด้วย

ซึ่งคนที่ได้โพสต์ข้อความนี้ได้มีการเผยแพร่ความรู้สึกดีๆที่ตนเองมีต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังจากที่ได้ไปเห็นว่าต้องมีการทำเรื่องราวดีๆอะไรให้กับประชาชนของจังหวัดของท่านบ้างซึ่งหลังจากที่มีการแชร์เรื่องราวนี้ออกไปก็ทำให้ผู้คนต่างรู้สึกซาบซึ้งใจต่อการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดเลยท่านนี้เป็นอย่างมาก

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันไม่ผ่านไลน์

ด่านตรวจโควิดทำรถติดยาวที่พิษณุโลก ชาวบ้านโวยควรมีการปรับปรุงการคัดกรองด่วน

            ในปัจจุบันไม่ว่าจะเดินทางไปที่จังหวัดไหนเราก็มักจะเห็นด่านตรวจคัดกรองหาคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อที่จะได้ควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในแต่ละจุดที่มีการตั้งด่านคัดกรองนั้นก็จะมีการตั้งเต็นท์ให้เจ้าหน้าที่คอยปฏิบัติงาน

ซึ่งในแต่ละเดือนก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครคอยปฏิบัติงานอยู่เป็นจำนวนหลายคนแต่ที่มีเหตุทำให้เกิดข่าวโด่งดังขึ้นมาในช่วงนี้นั่นก็คือในการตั้งด่านคัดกรองเพื่อหาคนติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเรามักจะพบว่าตรงจุดที่มีการตั้งด่านมักจะทำให้รถติดอยู่เป็นประจำซึ่งการที่รถติดบริเวณที่ตั้งด่านนั้นไม่ใช่จะเป็นที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น

แต่เกิดกับทุกที่แต่ที่มีข่าวโด่งดังมากที่สุดในตอนนี้ก็คือที่จังหวัดพิษณุโลก เพราะการตั้งด่านทำให้รถติดนานหลายชั่วโมงเกิดมีชาวบ้านร้องเรียนการปฏิบัติงานของทางเจ้าหน้าที่ที่มีการตั้งด่านแล้วส่งผลให้รถติดโดยชาวบ้านไม่มีการลงมาเสนอแนะการทำงานว่าควรจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้างซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของทางด่านตรวจคัดกรองได้มีการโพสต์คลิปวีดีโอ

ในขณะที่มีผู้ชายคนหนึ่งได้ลงมาโวยวายกับทางเจ้าหน้าที่ซึ่งตามปกติแล้วหากมีคลิปชาวบ้านออกมาโวยวายเจ้าหน้าที่ผู้คนต่างก็จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับคนที่โวยวายมากนักแต่จากคลิปวีดีโอดังกล่าวนี้ทำให้หลายคนออกมาเห็นด้วยกับชายคนที่มาโวยวายต้องการตรวจคัดกรองของจังหวัดพิษณุโลกเพราะที่นี่มีปัญหารถติดหลายกิโลเนื่องจากว่ามีการปล่อยให้รถวิ่งเข้าช่องทางเดียว

ในการตรวจคัดกรองซึ่งใช้หนูคนดังกล่าวก็ได้ลงมาเสนอแนะว่าควรจะมีการเปิดประมาณ 4 ช่องทางและควรทำบัตรให้รถแต่ละคันว่าเดินทางเข้าตัวเมืองพิษณุโลกเนื่องจากสาเหตุอะไรเป็นคนพิษณุโลกหรือเป็นคนต่างจังหวัดซึ่งเมื่อคืนนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทางในอำเภอของจังหวัดพิษณุโลกก็ได้ออกมารับฟังความคิดเห็นของชายคนดังกล่าวโดยเพิ่มช่องทางการคัดกรองออกเป็น 2 เลน

เพื่อให้รถวิ่งได้เร็วขึ้นและเมื่อเรื่องนี้รู้ไปถึงหูผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกก็ได้เห็นด้วยกับความคิดของชายคนดังกล่าว บัตรสีให้กับคนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่เพื่อที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ตรงไหนกรองจะได้ผลเร็วยิ่งขึ้นรถจะได้ไม่ติดและทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้ทำงานโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยมากนัก

          จากข่าวที่ออกมาจะเห็นด้วยว่าทางเจ้าหน้าที่รัฐของจังหวัดพิษณุโลกเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อมีคนมาเสนอแนะความคิดเห็นซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่มองแล้วว่าเป็นประโยชน์กับทางจังหวัดก็มีการนำมาปรับให้เข้ากับการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งถือได้ว่าทั้งในอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ที่ฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริงเธอไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีอยู่ในขณะนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาเร่งติดตามหาตัวผู้ที่แพร่เชื้อไวรัสโคโรน่า

ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาเร่งติดตามหาตัวผู้ที่แพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าเพราะว่าปัจจุบันยังมีการติดเชื้อกันอย่างต่อเนื่อง

             สถานการณ์ของคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าที่จังหวัดยะลายังคงมีการติดเชื้ออย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นทุกวันซึ่งในแต่ละวันก็จะมีผู้ติดเชื้อวันละ 2-3 คนส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นตอนนี้ที่จังหวัดยะลายังคงมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นอยู่ที่สองคนเท่านั้นโดยที่จังหวัดยะลานี้ตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการสั่งให้มีการปิดพื้นที่เสี่ยงหลายเขตหมู่บ้านด้วยกัน

แต่ก็ยังพบปัญหาว่าถึงแม้จะมีการปิดพื้นที่เสี่ยงแล้วจำนวนผู้ติดเชื้อก็ยังมีเพิ่มมากขึ้นโดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดมีความต้องการที่จะให้จังหวัดยะลามีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงเป็นศูนย์แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ซึ่งไม่มีข้อมูลว่าผู้ติดเชื้อนั้นไปติดเชื้อมาจากที่ไหน

และใครเป็นคนแพร่เชื้อดังนั้นตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจังหวัดยะลารวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้มีการร่วมมือกันตั้งจุดคัดกรองปูพรมหาคนที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเพื่อนำผู้ป่วยทั้งหมดเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าหากสามารถติดตามตัวผู้ที่มีอาการป่วยโดยมีเชื้อไวรัสโคโรน่าถูกส่งตัวเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลครบทุกคนแล้ว

การแพร่ระบาดเชื้อน่าจะสามารถควบคุมได้ซึ่งในปัจจุบันนี้ที่จังหวัดยะลาเองก็มีการติดตั้งด่านของแต่ละหมู่บ้านมีใครจะผ่านเข้าออกหมู่บ้านซึ่งจะต้องมีการตรวจวัดไข้และทุกคนจะต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยโดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด

และปัจจุบันที่จังหวัดยะลาเองก็ยังมีการกำหนดเคอร์ฟิวซึ่งทุกคนจะต้องอยู่ในบ้านช่วงเวลา 22:00 นจนถึง 4:00 น.ของทุกวัน โดยล่าสุดทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการจัดกิจกรรมขึ้นมาตรงบริเวณกว้าง ซึ่งจะมีการกางเต็นท์ให้ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและคุณหมอของโรงพยาบาลมาทำการสอบสวนชาวบ้านแต่ละคนว่ามีการเดินทางไปที่ไหนมาบ้างซึ่งจะต้องมีการซักประวัติของชาวบ้าน

ทุกคนเพื่อที่จะได้ดูว่ามีใครที่อยู่ในความเสี่ยงที่จำเป็นจะต้องกักตัวเองอยู่แต่ในบริเวณบ้านเป็นเวลา 14 วันบ้างและใครมีอาการไข้ซึ่งน่าจะมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการติดเชื้อก็จะมีการส่งตัวไปตรวจหาเชื้อไวรัสเพื่อที่จะได้รักษาต่อไปซึ่งการทำเช่นนี้

หากมีการซักประวัติและตรวจหาเชื้อครบทุกคนทั้งจังหวัดคาดว่าสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าในจังหวัดยะลาน่าจะดีขึ้นแน่นอน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

นายแพทย์ทวีศิลป์ ออกมาวิจารณ์โรงพยาบาล

ประชาชนไม่พอใจหลังจาก นายแพทย์ทวีศิลป์ ออกมาวิจารณ์โรงพยาบาลโล่งในช่วงโควิดดีใจที่คนไม่ค่อยไปโรงพยาบาลกัน

             กลายเป็นเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์พูดคุยกันเป็นอย่างมากเกี่ยวกับคำพูดประโยคหนึ่งของนายแพทย์ทวีศิลป์ที่โดยปกติแล้วท่านจะออกมาพูดคุยเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าว่าในแต่ละวันนั้นมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ลดลงเท่าไหร่หรือมีผู้เสียชีวิตเท่าไหร่

ซึ่งท่านเป็นโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยในแต่ละวันเราจะต้องเห็นนายแพทย์ทวีศิลป์ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19และวิธีการป้องกันการติดเชื้อรวมถึงการดูแลตนเองซึ่งหลายคนชื่นชอบในเรื่องของการให้ข้อมูลของนายแพทย์ทวีศิลป์ผู้นี้กันเป็นอย่างมาก

แต่เกิดประเด็นดราม่ามากขึ้น เมื่อวันที่ 21 เดือนเมษายนปีพ.ศ 2553 ขณะที่นายแพทย์ทวีศิลป์กำลังให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19นั้นมีประโยคหนึ่งที่นายแพทย์ทวีศิลป์ได้ออกมาพูดทำนองว่าขณะนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมากที่โรงพยาบาลทั่วทุกจังหวัดประเทศไทย

มีจำนวนผู้ป่วยที่เป็นนอนพักรักษาตัวน้อยเป็นอย่างมากซึ่งถือว่าการที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ก็มีข้อดีบ้างอยู่เหมือนกัน  เพราะไม่อย่างนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนก็จะมีผู้ป่วยมานอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเต็มไปหมด

โดยมองว่าคนที่มารักษาตัวเห็นว่าตนเองมีสิทธิ์รักษา 30 บาทมีประกันสังคมจึงแค่เจ็บป่วยนิดๆหน่อยๆก็ต้องการมานอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลและประโยคนี้เองที่สร้างกระแสดราม่าให้กับชาวโซเชียลและผู้คนเป็นจำนวนมากต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประโยคดังกล่าวซึ่งหลายคนมองว่า คำพูดของนายแพทย์วศินเป็นคำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามคนจนและที่สำคัญทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหากไม่เจ็บป่วยจริงๆ

ไม่มีใครอยากที่จะไปนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลก็ทุกคนก็ต้องทำมาหากินและที่ช่วงนี้ผู้ป่วยที่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมีน้อยนั้นเนื่องจากว่าเมื่อไปถึงแล้วก็ไม่ได้รับการรักษาและทางโรงพยาบาลก็มีการจ่ายยาแล้วให้กลับไปกินที่บ้าน ซึ่งเมื่อคนได้ยินที่นายแพทย์ทวีสินพูดต่างก็รู้สึกว่านายแพทย์ทวีศิลป์นั้นไม่มีความเข้าอกเข้าใจในผู้ป่วยทั้งๆที่นายแพทย์ทวีศิลป์นั้นก็เป็นหมอ

            หากเราจะตีความหมายที่นายแพทย์ทวีศิลป์พูดนั้นอาจจะพูดสื่อถึงเรื่องที่ประชาชนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้นทำให้มีการเจ็บป่วยน้อยลงซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแต่ด้วยประโยคเหล่านี้ด้วยสถานการณ์แบบนี้นายแพทย์ทวีศิลป์เองไม่ควรที่จะนำมาพูดในช่วงเวลาแบบนี้เพราะอย่างที่ประชาชนส่วนใหญ่คิดกันนั้นก็คือหากไม่เจ็บป่วยจริงๆ

ไม่มีใครต้องการที่จะเข้าโรงพยาบาลอย่างแน่นอนเพราะทุกคนก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำถึงแม้การรักษาจะต้องเสียเงินน้อยนิดเท่านั้นแต่คนส่วนใหญ่ถ้าไม่เจ็บปวดเจียนตายจริงๆก็ไม่มีใครอยากเข้าไปนอนที่โรงพยาบาลดังนั้นนายแพทย์ทวีศิลป์ควรจะมีการคิดก่อนที่จะมีการพูดประโยคเหล่านี้ออกมาเพื่อไม่ให้สร้างความขัดแย้งทางด้านจิตใจของประชาชน

 

สนับนุนโดย  gclub ฝากขั้นต่ำ 20

โรแมนซ์สเเกมเมอร์เกม

                โรแมนซ์สเเกมเมอร์เกมที่หลอกให้ผู้หญิงหลายคนรักคนที่ยังไม่ได้เจอหน้าจริงและลอกเอาเงินคุณจนหมดกระเป๋า

นางสาว ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ เป็นคนที่ถูกคนที่หลอกและเสียเงินไปทั่งหมด และตอนนี้เธอก็ยังเป็นที่สนใจมากในออนไลน์ และก็มีประเด็นข่าวที่น่าสนใจเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนนี้ และได้มีหลักฐานว่า นาย ไซม่อน คนชาวแคเมอรูน ซึ่งเป็นคนในแก๊งโรแมนซ์สแกมเมอร์

และก็มีคนหนึ่งที่โดนจับเป็นหัวหน้าของแก๊งนี้ด้วย และหลายคนก็งงกันว่า แอป โรแมซ์สแกมเมอร์ คืออะไร และถ้าเราต้องการที่จะรู้ว่าคนที่เราคุยด้วยอยู่นี้นั้นเป็นคนที่เชื่อถือได้หรือเปล่า  ?   สำหรับแอป โรแมนซ์สแกมเมอร์ หรือ โรแมซ์สแกม ( Romance scam ) เป็นแอปที่เป็นเหมือนการหลอกลวงอีกรูปแบบหนึ่งเป็นการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต

กลุ่มมิจฉาชีพส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีนี้เพราะจะไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังแอปนี้จริงๆนี้เป็นแอปที่เอาไว้หลอกลวงสาวๆทุกคนให้หลงรักผ่าทางอินเทอร์เน็ตและค่อยๆหลอกเอาเงินคุณไปจนหมด พวกแก๊งมิจฉาชีพจะสร้าง face book  ปลอม หรือ ไลน์ปลอมแล้วหลังจากนั้นก็จะมาขอเป็นเพื่อนกับคุณและก็

เริ่มตีสนิทกับคุณและหลอกให้คุณหลงรักและหลอกเอาเงินคุณจนหมดตัวและพอคุณเงินหมดเขาก็จะจากไป และเวลาทำเฟสปลอมพวกมิจฉาชีพมักจะใช้รูปของฝรั่งหล่อๆผิวขาวๆ และบอกว่าตัวเองร่ำรวยมีเงินทอง ครอบครัวมีความสุขดีไม่มีหนี้สิน งานที่ทำก็เป็นตำแหน่งที่มั่นคง ยกตัวอย่างเช่น เป็น หมอ เป็นทหาร เป็น นักธรุกิจ เป็นผู้กำกับ หรืองานที่มั่นคงอื่นๆ

และเมื่อตีสนิทกับคุณได้เขาก็จะเริ่มพูดคำหวานๆใส่คุณทำให้คุณตกหลุมรักเขา และเผื่อให้คุณคิดว่าคุณจะได้มีชีวิตที่ร่ำรวยมีชีวิตที่สะดวก สบาย  และเมื่อเยื่อไว้วางใจเมื่อเยื่อหลงรักเทใจให้คุณทั้งหมด พวกมิจฉาชีพก็จะหลอกให้คุณโอนเงินไปให้ และข้ออ้างที่มักจะใช้ก็คือบอกว่าจะเอาเงินไปเพื่อเอาไว้เตรียมงานแต่งงาน หรือบอกว่าจะเอาเงินไปลงทุน

เพื่อให้ได้เงินเยอะๆจะได้มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย เขาใช้ข้ออ้างพวกนี้เพื่อให้คุณเชื่อว่าเขาจำเป็นเงินจริงๆแล้วก็แค่รอให้คุณโอนเงินให้ และกว่าที่คุณจะรู้ตัวก็โอนเงินไปให้เขาตั้งมากมายแล้ว และผู้หญิงไทยหลายคนถูกหลอกเอาเงินจากแอปนี้มาลายคนแล้ว

และคนที่อยู่ในแก๊งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนชาวไนจีเรียหรือประเทศอื่นๆและถึงจะมีข่าวว่าจะจับกุมคนเบื้องหลังแอปนี้ และพวกนี้ก็หลอกว่าว่าจะแต่งงานกับคุณ หลอกเอาเงินจนหมดตัวและหลายคนเสียเงินไปเกือบล้านบาทเลยทีเดียว และคุณควรที่จะรู้ว่าคุณไม่ควรที่จะเชื่อใครง่ายๆไม่งั้นคุณจะเสียเงินไปจนหมดแบบคนที่อยู่ในข่าวนั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าบิกินี่

ชายหนุ่มสำลักเอาพยาธิไส้เดือนออกมาจากปาก

                  เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 มีชายหนุ่มคนหนึ่งออกมาเล่าเหตุการณ์ ที่น่ากลัวมากให้ฟังว่า เมื่อคนในขณะที่ชายหนุ่มคนนี้กำลังนอนหลับเขาได้ไอและสำลักน้ำลายออกมา แล้วตอนที่สำลักน้ำลายนั้นอยู่ๆเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจากคอ

และพอเขาหยิบออกมาพบว่ามันคือพยาธิไส้เดือน เมื่อเห็นดังนั้นเขาตกใจมากรีบเก็บซากพยาธิไส้เดือนที่ยาวถึง 6 นิ้วไปที่โรงพยาบาลเปาโลรังสิตทันที ซึ่งคุณหมอได้ตรวจสอบและบอกว่านี่คือพยาธิไส้เดือนที่โตเต็มวัยแล้ว โดยบอกด้วยว่าพยาธิเหล่านี้อาจจะมาจากอาหารที่เล่ากินเข้าไปซึ่ง พยาธิไส้เดือนอาจจะมาจากอาหารประเภทสุกๆดิบๆ

หรือตามผักผลไม้สดที่เรากิน เพราะพยาธิไส้เดือนเหล่านี้จะวางไข่ไว้ตามผักผลไม้ หากไม่ล้างทำความสะอาดให้สะอาดพอ มันจะสามารถเข้าไปในท้องของเราแล้วฝังไข่เอาไว้ที่ลำไส้แล้วก็สามารถเจริญเติบโตในร่างกายของเราได้

                 จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้พวกเราควรตระหนักถึงความสะอาดของสิ่งเขาที่เรากินเข้าไป ควรมีการปรุงอาหารด้วยความร้อนให้สุก แล้วค่อยรับประทาน ส่วนผักสดต่างๆก็ควรล้างน้ำซ้ำๆหลายๆรอบก่อนมีการกินแบบสดๆ เพราะทุกวันนี้อาหารที่เราทานนอกบ้านอาจจะไม่ค่อยสะอาด ดังนั้นก่อนทานอาหารควรมีการตรวจสอบความสะอาดก่อนกิน

สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าจะทำความสะอาดผักสดอย่างไร สามารถหาข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ตได้ มีวิธีการล้างผักให้สะอาดหลากหลายวิธี เช่น การล้างผักด้วยน้ำส้มสายชู การล้างผักด้วยด่างทับทิม

         และสำหรับใครที่ยังชอบกินลาบสด ก้อยสด กุ้งเต้น กุ้งแช่น้ำปลา ควรระวังเรื่องของพยาธิอย่างอื่นด้วย เพราะพยาธิไม่ได้มีแค่พยาธิไส้เดือนเท่านั้น ยังมีอีกหลายสายพันธ์ที่จะสามารถเข้ามาวางไข่ในท้องของเราแล้วเจริญเติบโตในท้องของเราได้ทั้งพยาธิตัวตืด  พยาธิเส้นด้าย พยาธิตัวจี๊ด พยาธิปากขอ และอีกหลายชื่อที่ไม่ได้พูดถึง พยาธิอยู่ได้ทุกที่ทั้งในผัก ผลไม้ หรือแม้แต่ในเนื้อหมู เนื้อไก่ เราจึงความทราบวิธีการเลือกซื้อเนื้อซื้อหมูเอาไว้ด้วย เพราะหลายครั้งที่เรามีพยาธิในร่างการเพราะเรากินเนื้อหมูที่มีไข่พยาธิฝั่งอยู่ 

       สำหรับข่าวในวันนี้เชื่อว่าคงมีหลายคนที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เลิกกินอาหารดิบๆสุกๆ หันมาสนใจความสะอาดของอาหารที่จะกินกันมากขึ้น แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใด หากเราต้องการความมั่นใจว่าอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นสะอาดจริงๆ

เราควรปรุงอาหารด้วยตนเอง เพราะเราสามารถดูแลความสะอาดของอาหารเราได้ตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบ การล้างทำความสะอาดก่อนปรุงและการปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทาน หากทำได้เราก็จะปราศจากพยาธิแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Ufabet ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

หลักฐานชัด สรุปลูกชายฆ่าหั่นศพแม่เอง

          จากกรณีที่มีข่าวว่า มีคนไปพบชิ้นส่วนมนุษย์ในตู้เย็นแล้วสงสัยว่าลูกชายแท้ๆของผู้ตายเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมนั้น ทางตำรวจได้มีการตวจสอบและปิดสำนวนคดีเรียบร้อยแล้วโดยมีไทม์ไลน์ดังนี้ 

  1. ในคืนวันอาทิตย์ผู้ตายและลูกชายพร้อมด้วยแฟนลูกชายทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านของผู้ตาย
  2. ประมาณ 4 ทุ่มแฟนลูกชายผู้ตายลากลับบ้านผู้ตายอยู่กับลูกชายและมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน จนเป็นเหตุให้ลุกชายผู้ตายลงมือสังหารแม่ แล้วจัดการนำร่างของผู้ตายขึ้นไปห้องน้ำบนชั้นสอง แล้วนำมีดมาหั่นชิ้นส่วนทิ้งในชักโครกแต่ชิ้นส่วนติดทำให้กดน้ำไม่ลง ฆาตกรจึงหั่นร่างเป็นชิ้นใหญ่ๆแล้วนำไปใส่ถุงดำ เสร็จแล้วนำชิ้นส่วนทั้งหมดลงมาแช่ที่ตู้เย็นที่ชั้นล่าง ซึ่งระหว่างที่ก่อเหตุนี้แฟนสาวของฆาตกรพยายามโทรหาและไลน์หา แต่ฆาตกรไม่รับสายแต่มีการไลน์กลับแฟนไปว่ากำลังจะนอนแล้ว
  3. เช้าวันจันทร์เพื่อนผู้เสียชีวิตพยายามติดต่อผู้ตายแต่ติดต่อไม่ได้ จึงชวนกันมาหาผู้ตายที่บ้าน เมื่อมาถึงมองเห็นรถผู้ตายจอดอยู่แต่เมื่อกดกริ่งเรียกลูกชายผู้ตายออกมาเปิดประตูแล้วบอกว่าแม่ไม่อยู่บ้านไม่รู้ว่าออกไปไหน และไม่ยอมให้เพื่อนแม่เข้ามาในบ้าน หลังจากนั้นเพื่อนของแม่จึงเรียกเพื่อนอีก 1 คนมาสมทบเพิ่มและพากันเปิดประตูเข้าไปในบ้านผู้ตายโดยพยายามเดินหา แต่ก็ไม่พบ แต่สังเกตเห็นว่ากุญแจรถ กับกระเป๋าสตางค์ของผู้ตายยังอยู่ จึงมั่นใจว่าผู้ตายต้องยังอยู่ในบ้าน หลังจากหาอยู่นานก็เลยไปเปิดตู้เย็นจึงพบชิ้นส่วนมนุษย์ ระหว่างนั้นเอง ลูกชายของผู้ตายก็ได้ยิงตัวเอง และมีการนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

           ซึ่งปริศนาจึงเกิดขึ้นว่าใครเป็นคนฆ่าแม่ ลูกได้ฆ่าแม่หรือไม่ และถ้าทำใครช่วยหรือไม่ ทำเพราะอะไร เพราะญาติๆต่างให้ข้อมูลตรงกันว่าผู้ตายเป็นคนดี รักลูกและตัวลูกชายเองก็รักผู้ตาย จึงมองไม่เห็นมูลเหตุของคดีว่าลูกชายจะฆ่าแม่ทำไม  แต่เมื่อมีการสอบสวนหาพยานหลักฐานแล้ว

ตำรวจจึงมีการสรุปคดีว่าลูกชายเป็นคนก่อนเหตุและเป็นการทำคนเดียวโดยลงมือแทงแม่ก่อนก่อนจะทำการหั่นศพ ส่วนแรงจูงใจยังไม่ทราบ เพราะจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าบ้านแล้ว ไม่พบคนเข้าออกเลยมีเฉพาะแค่ผู้ตายและลูกชายเท่านั้นที่อยู่ในบ้าน

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าลูกชายของผู้ตายกำลังมีอาการป่วยทางจิต แต่ทางแพทย์ยังไม่ได้ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นป่วยทางจิตแบบไหน และยังไม่ได้ทันรักษาก็มาก่อเหตุฆาตกรรมซะก่อน

          สังคมไทยตอนนี้มีผู้ป่วยที่ไม่รู้ตัวว่าป่วยอยู่มาก ดังนั้นหากพบเห็นคนใกล้ชิดมีอาการผิดปกติให้รีบพาไปให้แพทย์ตรวจรักษาโดยด่วน

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

ข่าวโครงการร้อยเดียวทั่วไทย

สำหรับโครงการร้อยเดียวทั่วไทย เปิดลงทะเบียนแค่วันเดียวคือวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ประชาชนสามารถเข้ามาลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ของโครงการได้เลยตั้งแต่ เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปและรับแค่เพียงหนึ่งหมื่นคนเท่านั้น

และเงื่อนไขของคนที่ลงทะเบียนและมีสิทธิ์ซื้อของขวัญได้นั้น ต้องเป็นคนไทยอายุต้องสิบแปดปีบริบูรณ์  โดยจะให้ใช้สิทธิ์กับจังหวัดที่ไม่ตรงกับที่ระบุในบัตรประชาชนเท่านั้น

โครงการนี้หนึ่งคนซื้อได้เพียงหนึ่งสิทธิ์เท่านั้น และถ้ามีคนมาลงทะเบียนครบหนึ่งหมื่นคนแล้วจะปิดการลงทะเบียนทันที ที่สำคัญเงือนไขคือต้องเดินทางไม่เกิน 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เท่านั้น

             สำหรับโครงการนี้มีการประกาศออกมาสักระยะให้ประชาชนได้เตรียมตัวในการลงทะเบียนแล้วและมีการแนะนำการลงทะเบียนไว้ในเว็บไซต์ หรือตามยูทูปมากหมาย มีทั้งสอนขั้นตอนการลงทะเบียนและเงือนไขข้อห้ามต่างๆ 

            อันที่จริงโครงการนี้ ยังไม่รู้ว่าเมื่อประชาชนที่เข้าไปลงทะเบียนเข้าใช้งานจริงๆแล้วจะเป็นอย่างไร สถานที่เที่ยวที่ระบุให้ลงทะเบียนไปนั้น จะน่าสนใจขนาดไหน แล้วจะมีปัญหาเกี่ยวกับการไปสิทธิ์เหมือนครั้งโครงการ ชิม ช็อป ใช้หรือเปล่ายังไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือโครงการนี้ผลาญเงินภาษีของประชาชนไปเยอะพอดูเหมือนกัน

หลายคนออกมาพูดถึงโครงการนี้กันว่ามันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยที่เปิดโครงการนี้ นอกจากรัฐบาลต้องการหาฐานเสียงไว้เป็นของตนเองซึ่งหลังจากโครงการซิม ช็อป ใช้ผ่านไปฐานเสียงของรัฐบาลก็เพิ่มมากขึ้น โดยมาจากคนต่างจังหวัดที่ได้รับการแจกเงิน มาจากคนชรา

แต่หากเป็นฐานเสียงของคนในกลุ่มวัยทำงานกับกลุ่มวัยรุ่นทุกคนต่างมองเรื่องนี้ว่าเป็นการใช้เงินแบบสิ้นเปลือง โดยทุกคนยินดีที่จะรับเงินมาเพราะแจกฟรี แต่ความสนับสนุนหลังจากได้รับเงินแล้วไม่มีเพราะทุกคนรู้ดีว่าเงินที่ให้มา ได้มาอย่างไร

         หากรัฐบาลนำเงินที่มาแจกประชาชนมาให้กินให้เที่ยวเล่นนั้นไปใช้ในการพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจของประเทศคงจะดีกว่านี้ ที่พูดมาไม่ได้เป็นการต่อต้านการทำงานของรัฐบาล แต่บางโครงการควรจะมีการคิดและพิจารณาให้รอบคอบกว่านี้แล้วค่อยปล่อยโครงการออกมา เพราะโครงการร้อยเดียวทั่วไทยที่บอกว่าทำออกมาเพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น

เอาออกมาใช้ตอนนี้ก็ไม่ค่อยเห็นผลอยู่แล้ว ไม่สามารถวัดค่าอะไรได้ว่าโครงการดีหรือไม่ เพราะโครงการออกมาช่วงปีใหม่ที่ยังไงทุกคนต่างก็พากันไปเที่ยวอยู่แล้ว ถึงไม่มีโครงการนี้ ในเดือนนี้ธุรกิจการท่องเที่ยวยังไงมันก็ต้องดีขึ้น หากอยากวัดผลกันจริงๆว่าโครงการนี้ของรัฐบาลได้ผลมากแค่ไหน ให้ใช้ช่วงเดือนที่ไม่ใช่เทศกาลดูสิ แล้วความจริงจะปรากฏ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Holiday Palace